
เชอิสลา ชาเวส อดีตริงเกิร์ลสาวสวยชาวบราซิล ที่เบนเข็มมาเป็นนักสู้ UFC ประกาศของใช้พลังกำปั้นอันหนักหน่วงและทักษะมวยไทยของตัวเอง สยบคู่ต่อกรสาวชาวอเมริกันอย่าง คาร์ลี ยูไดซ์ ในการขึ้นสังเวียนในพิกัดรุ่นฟลายเวตหญิง ภายใต้ศึก UFC FIGHT NIGHT : HERNANDEZ VS RODRIGUES ณ Golden 1 Center, ซาคราเมนโต ,แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม นี้
อดีตริงเกิร์ลสาวชาวบราซิลวัย 29 ปี กล่าวถึงจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอ เบนเข็มจากสาวชูป้ายข้างสังเวียน กลายมาเป็นนักสู้รุ่นฟลายเวตหญิงของศึก UFC ด้วยการกล่าวเริ่มต้นว่า “แรงบันดาลใจในการตัดสินใจก้าวมาเป็นนักสู้เต็มตัว คือฉันตกหลุมรัก มวยไทย ฉันเคยทำหน้าที่เป็น ริงเกิร์ล ให้กับมวยไทยรายการหนึ่ง แล้วพอได้เห็นคนอื่นสู้ เห็นเพื่อนๆ ชกบนเวที มันทำให้ฉันหลงเสน่ห์มวยไทยเข้าอย่างจัง จนฉันตัดสินใจไปขอลงเรียนคอร์สทดลองฝึกมวยไทย พอได้ลองฝึกก็ยิ่งหลงรักเข้าไปใหญ่”
“หลังจากนั้นโค้ชของฉันเขาก็เห็นว่าฉันมีพรสวรรค์เรื่องการประสานงานในค่าย GFC - Gomes Fight Team ก่อนจะบอกกับฉันว่า อีกหนึ่งปีข้างหน้า เธอจะต้องขึ้นมาสู้ในรายการนี้ ในฐานะนักกีฬาของฉัน ไม่ใช่ ริง เกิร์ล ตอนแรกฉันแทบไม่อยากเชื่อ เพราะเพิ่งซ้อมได้ไม่นาน แต่หลังจากนั้นฉันก็ทุ่มเทซ้อมหนักเพราะรักในกีฬานี้จริงๆ เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็ม ฉันก็ได้ขึ้นสังเวียนครั้งแรก ในศึกมวยไทยบนเวทีเดิมที่เคยยืนถือป้ายในฐานะ ริง เกิร์ล”
“มันคือจุดเปลี่ยนชีวิตที่เปิดประตูให้ฉันจาก Ring Girl สู่การเป็นนักสู้ และส่งฉันมาสู่เวทีระดับโลก ต้องขอบคุณมวยไทยจริงๆ ที่ทำให้ฉันมีวันนี้จากการเป็นแค่ ริง เกิร์ล ข้างเวที ก่อนกลายเป็น นักสู้บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อ มันเหมือนฝันไปจริงๆ ฉันมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มายืนอยู่จุดนี้และกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง”
สรุปข่าว
เชอิสลา ชาเวส อดีตริงเกิร์ลสาวสวยชาวบราซิล ที่เบนเข็มมาเป็นนักสู้ UFC ประกาศของใช้พลังกำปั้นอันหนักหน่วงและทักษะมวยไทยของตัวเอง สยบคู่ต่อกรสาวชาวอเมริกันอย่าง คาร์ลี ยูไดซ์ ในการขึ้นสังเวียนในพิกัดรุ่นฟลายเวตหญิง ภายใต้ศึก UFC FIGHT NIGHT : HERNANDEZ VS RODRIGUES ณ Golden 1 Center, ซาคราเมนโต ,แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม นี้
อดีตริงเกิร์ลสาวชาวบราซิลวัย 29 ปี กล่าวถึงจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอ เบนเข็มจากสาวชูป้ายข้างสังเวียน กลายมาเป็นนักสู้รุ่นฟลายเวตหญิงของศึก UFC ด้วยการกล่าวเริ่มต้นว่า “แรงบันดาลใจในการตัดสินใจก้าวมาเป็นนักสู้เต็มตัว คือฉันตกหลุมรัก มวยไทย ฉันเคยทำหน้าที่เป็น ริงเกิร์ล ให้กับมวยไทยรายการหนึ่ง แล้วพอได้เห็นคนอื่นสู้ เห็นเพื่อนๆ ชกบนเวที มันทำให้ฉันหลงเสน่ห์มวยไทยเข้าอย่างจัง จนฉันตัดสินใจไปขอลงเรียนคอร์สทดลองฝึกมวยไทย พอได้ลองฝึกก็ยิ่งหลงรักเข้าไปใหญ่”
“หลังจากนั้นโค้ชของฉันเขาก็เห็นว่าฉันมีพรสวรรค์เรื่องการประสานงานในค่าย GFC - Gomes Fight Team ก่อนจะบอกกับฉันว่า อีกหนึ่งปีข้างหน้า เธอจะต้องขึ้นมาสู้ในรายการนี้ ในฐานะนักกีฬาของฉัน ไม่ใช่ ริง เกิร์ล ตอนแรกฉันแทบไม่อยากเชื่อ เพราะเพิ่งซ้อมได้ไม่นาน แต่หลังจากนั้นฉันก็ทุ่มเทซ้อมหนักเพราะรักในกีฬานี้จริงๆ เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็ม ฉันก็ได้ขึ้นสังเวียนครั้งแรก ในศึกมวยไทยบนเวทีเดิมที่เคยยืนถือป้ายในฐานะ ริง เกิร์ล”
“มันคือจุดเปลี่ยนชีวิตที่เปิดประตูให้ฉันจาก Ring Girl สู่การเป็นนักสู้ และส่งฉันมาสู่เวทีระดับโลก ต้องขอบคุณมวยไทยจริงๆ ที่ทำให้ฉันมีวันนี้จากการเป็นแค่ ริง เกิร์ล ข้างเวที ก่อนกลายเป็น นักสู้บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อ มันเหมือนฝันไปจริงๆ ฉันมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มายืนอยู่จุดนี้และกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง”
ขณะเดียวกันนักสู้หัวฟูเจ้าของฉายา Braba ได้เล่าถึงที่มา และความหมายของชื่อเล่นสุดแสบสันต์ของเธอ โดยเปิดเผยว่า “สำหรับที่มาของฉายา A Braba คำว่า Braba ในภาษาโปรตุเกส หมายถึงคนที่กล้าหาญ ถือดี ไม่กลัวใคร หรือเทียบเท่ากับคำว่า "Badass" ส่วนที่มาก็คือ ในค่ายของฉัน ฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในค่าย! ดังนั้นเวลาลงนวม ฉันเลยต้องซ้อมและลงแลกหมัดกับผู้ชายมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มฝึก โค้ชเห็นว่าฉันไม่มีความกลัวเลย”
“แม้คู่ซ้อมจะเป็นผู้ชายตัวใหญ่กว่า ฉันก็เดินหน้าแลกหมัดตลอด ไม่เคยถอยหลัง โค้ชเลยบอกว่า "ยัยเด็กคนนี้มัน Braba เว้ย! มันโคตรใจ ได้ใจ ไม่กลัวใครเลย" หลังจากนั้นฉายา A Braba หรือ ยัยตัวแสบ เลยติดตัวฉันมาจนถึงทุกวันนี้”
สำหรับ ชาเวส เจ้าของสถิติไร้พ่าย จากการชนะ 8 ไฟต์รวด และเพิ่งจะเปิดตัวใน UFC ด้วยการคว้าชัยชนะจะโคจรมาพบกับ คาร์ลี ยูไดซ์ คู่ต่อกรอเมริกันวัย 27 ปีที่มาพร้อมสถิติชนะ 6 แพ้ 2 โดยก่อนขึ้นสังเวียนเป็นไฟต์ที่ 2 ใน UFC ชาเวส ได้กล่าวถึงความอันตรายของคู่แข่งรายนี้ พร้อมกับเปิดเผยถึงแผนการเบื้องต้นของเธอว่า
“คาร์ลี ยูไดซ์ เธอเป็นนักสู้ที่มีเทคนิคดีมาก ออกอาวุธเป็นชุดได้ต่อเนื่อง และจุดแข็งที่สุดของเธอคือ ลูกเตะ และ การตีเข่า แม้เธอจะออกหมัดเยอะ แต่จากที่ฉันและทีมงานช่วยกันวิเคราะห์ดู หมัดของเธอไม่ได้หนักหรือมีพลังทำลายล้าง ขนาดนั้น นักสู้หลายคนที่เจอหมัดเธอไปก็แทบไม่มีแผลหรือบอบช้ำเลย”
“ดังนั้น แผนของฉันคือการ เดินบีบระยะกระชับพื้นที่ เพื่อปิดไม่ให้เธอได้ใช้ลูกเตะกับเข่าได้อย่างถนัด ยอมแลกหมัดนิดหน่อยเพราะหมัดเธอไม่ได้หนักมาก แล้วใช้ความหนักแน่นแม่นยำ สวนกลับด้วยหมัด เพราะฉันเป็นพวกออกหมัดหนักและเดินชนตลอดเวลา ยิ่งถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่เดินขู่ใส่แบบฉัน เธอจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”
“ไฟต์นี้ฉันจะบุกประชิด ปิดอาวุธยาว แล้วใช้ความหนักของหมัดตัวเองเล่นงานเธอ ฉันจะจัดโชว์มวยไทยสุดพิเศษให้แฟนๆ ได้ดูแน่นอน ทุกๆไฟต์ มันจะมีความตื่นเต้นเสมอ ได้เจอสถานที่ใหม่ๆ เจอคู่ชกคนใหม่ ดังนั้นความตื่นเต้นจะยังมีอยู่เต็มร้อยแน่นอน”
สำหรับการต่อสู้ ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : HERNANDEZ VS RODRIGUES จะระเบิดศึก ณ สังเวียน Golden 1 Center, ซาคราเมนโต แคลิฟอร์เนีย ,สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668)
📲สมัครและดูได้แล้ววันนี้ NOW Sports เริ่มต้น 499 บาท ต่อเดือน
📌รายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติม คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/40dnzc6t
ที่มาข้อมูล : UFC Thailand
ที่มารูปภาพ : UFC Thailand
