วิเคราะห์-พรีวิวทีมชาติไทย บุก สิงคโปร์ ศึกชิงแชมป์อาเซียน รอบรองฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิเคราะห์-พรีวิวทีมชาติไทย บุก สิงคโปร์ ศึกชิงแชมป์อาเซียน รอบรองฯ

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. 

ทีมชาติไทย (อันดับ 94 ของโลก) พบ สิงคโปร์ (อันดับ 148 ของโลก)

สนาม จาลัน เบซาร์

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True BALL THAI 1 / truesports2 (667)


เจ้าถิ่น ทีมชาติสิงคโปร์ เจ้าของแชมป์รายการนี้ 4 สมัยในปีค.ศ. 1998, 2004, 2007 และ 2012 ภายใต้การคุมทัพของ เกวิน ลี กุนซือหนุ่มวัย 35 ปี ที่ก่อนหน้านี้คุมทีมในฐานะรักษาการณ์และใช้เวลา 5 เดือน พาทัพ "เมอร์ไลออน" สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปลุยศึกเอเชียน คัพ รอบสุดท้ายในรอบ 43 ปี ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชถาวรเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วเป็นการตอบแทนผลงานชิ้นโบว์แดง นับเป็นการกลับมาใช้กุนซือชาติตัวเองอีกครั้งในรอบ 8 ปี ต่อจาก ฟานดี้ อาหมัด


เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของกุนซือสิงคโปร์หัวใจไทยเพราะเขามีภรรยาเป็นชาวจังหวัดภูเก็ต ผลงานล่าสุดคือการเปิดบ้านไล่ตามตีเสมอ อินโดนีเซีย 1-1 เก็บ 1 แต้มสำคัญพาตัวเองจบอันดับ2 ผ่านเข้ารอบมาได้สำเร็จ และถ้าย้อนไป 1 เกมก่อนหน้าที่ส่งผลให้เขายังอยู่ในทัวร์นาเมนต์ คือการบุกไปยันเสมอ เวียดนาม ได้ถึงถิ่น 0-0 ถือเป็นฟอร์มที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับการเจอทีมร่วมกลุ่มที่เหนือกว่า


ขุมกำลังชุดนี้ถือว่าน่าสนใจเพราะหลายคนมีประสบการณ์ค้าแข้งในไทยลีกทั้งในอดีตและปัจจุบันอยู่เต็มทีม ไม่ว่าจะเป็น อิซวาน มะห์บุด นายทวารตัวเก๋าวัย 36 ปี ที่เคยเฝ้าเสาให้กับหนองบัวพิชญฯ, ตราด เอฟซี และ สมุทรปราการ ซิตี้ แถมยังเป็นจอมแสบของทีมชาติไทย ไรฮาน สจ๊วร์ต แบ็กขวาที่เมื่อซีซั่นที่แล้วเล่นให้กับพลังกาญจน์, อิรฟาน ฟานดี้ กองหลังที่เพิ่งแยกทางกับการท่าเรือฯเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา 


เท่านั้นยังไม่พอพวกเขายังมี แฮรีส สจ๊วร์ต กองกลางที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับอุทัยธานี เอฟซี 2 ประตู 7 แอสซิสต์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จนเชียงราย ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีม และยังมีตัวทีเด็ดอย่าง อิลฮาน ฟานดี้ ดาวยิงที่เล่นให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทัวร์นาเมนต์นี้เขาก็ซัดไปแล้ว 3 ปะตูด้วยกัน

สรุปข่าว

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทยและสิงคโปร์ เจ้าถิ่นสิงคโปร์ภายใต้การนำของ เกวิน ลี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเกมรับที่เหนียวแน่นจนผ่านเข้ารอบมาได้ พร้อมจุดเด่นที่มีผู้เล่นหลายคนค้าแข้งในไทยลีกอย่าง อิซวาน มะห์บุด และ อิลฮาน ฟานดี้ ที่รู้ทางบอลไทยเป็นอย่างดี ขณะที่ทัพ "ช้างศึก" ของ แอนโธนี ฮัดสัน โชว์ฟอร์มสมราคาเต็งหนึ่งด้วยการคว้าชัย 4 นัดรวดและไม่เสียประตูเลย สภาพความพร้อมของไทยถือว่าเต็มสูบ ไร้ปัญหาตัวเจ็บหรือติดโทษแบน ทั้งยังได้ พาตริก กุสตาฟส์สัน เสริมมิติแนวรุก คาดว่าฮัดสันจะวางระบบ 4-4-2 เน้นความรัดกุม รอดักจังหวะผิดพลาดเพื่อสร้างโอกาสทำประตูเฉียบขาด แม้สิงคโปร์ได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน แต่เมื่อวัดคุณภาพตัวผู้เล่นตำแหน่งต่อตำแหน่ง ทัพช้างศึกยังดูเหนือกว่า สุดท้ายเชื่อว่าความเด็ดขาดและมาตรฐานอันยอดเยี่ยมจะช่วยให้ทีมชาติไทยบุกไปเฉือนชนะสิงคโปร์ได้ก่อนด้วยสกอร์ 2-1

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. 

ทีมชาติไทย (อันดับ 94 ของโลก) พบ สิงคโปร์ (อันดับ 148 ของโลก)

สนาม จาลัน เบซาร์

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True BALL THAI 1 / truesports2 (667)


เจ้าถิ่น ทีมชาติสิงคโปร์ เจ้าของแชมป์รายการนี้ 4 สมัยในปีค.ศ. 1998, 2004, 2007 และ 2012 ภายใต้การคุมทัพของ เกวิน ลี กุนซือหนุ่มวัย 35 ปี ที่ก่อนหน้านี้คุมทีมในฐานะรักษาการณ์และใช้เวลา 5 เดือน พาทัพ "เมอร์ไลออน" สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปลุยศึกเอเชียน คัพ รอบสุดท้ายในรอบ 43 ปี ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชถาวรเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วเป็นการตอบแทนผลงานชิ้นโบว์แดง นับเป็นการกลับมาใช้กุนซือชาติตัวเองอีกครั้งในรอบ 8 ปี ต่อจาก ฟานดี้ อาหมัด


เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของกุนซือสิงคโปร์หัวใจไทยเพราะเขามีภรรยาเป็นชาวจังหวัดภูเก็ต ผลงานล่าสุดคือการเปิดบ้านไล่ตามตีเสมอ อินโดนีเซีย 1-1 เก็บ 1 แต้มสำคัญพาตัวเองจบอันดับ2 ผ่านเข้ารอบมาได้สำเร็จ และถ้าย้อนไป 1 เกมก่อนหน้าที่ส่งผลให้เขายังอยู่ในทัวร์นาเมนต์ คือการบุกไปยันเสมอ เวียดนาม ได้ถึงถิ่น 0-0 ถือเป็นฟอร์มที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับการเจอทีมร่วมกลุ่มที่เหนือกว่า


ขุมกำลังชุดนี้ถือว่าน่าสนใจเพราะหลายคนมีประสบการณ์ค้าแข้งในไทยลีกทั้งในอดีตและปัจจุบันอยู่เต็มทีม ไม่ว่าจะเป็น อิซวาน มะห์บุด นายทวารตัวเก๋าวัย 36 ปี ที่เคยเฝ้าเสาให้กับหนองบัวพิชญฯ, ตราด เอฟซี และ สมุทรปราการ ซิตี้ แถมยังเป็นจอมแสบของทีมชาติไทย ไรฮาน สจ๊วร์ต แบ็กขวาที่เมื่อซีซั่นที่แล้วเล่นให้กับพลังกาญจน์, อิรฟาน ฟานดี้ กองหลังที่เพิ่งแยกทางกับการท่าเรือฯเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา 


เท่านั้นยังไม่พอพวกเขายังมี แฮรีส สจ๊วร์ต กองกลางที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับอุทัยธานี เอฟซี 2 ประตู 7 แอสซิสต์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จนเชียงราย ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีม และยังมีตัวทีเด็ดอย่าง อิลฮาน ฟานดี้ ดาวยิงที่เล่นให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทัวร์นาเมนต์นี้เขาก็ซัดไปแล้ว 3 ปะตูด้วยกัน

ทางฝั่งทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ออกเดินทางไปถึงสิงคโปร์ เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา(13 ส.ค. 69) และได้ลงฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการ 1 ครั้ง ซึ่งการปรับตัวถือว่าไม่เป็นปัญหาเพราะเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทยแค่ 1 ชั่วโมง 


รอบแบ่งกลุ่มทีมชาติไทย ทำผลงานชนะ 4 นัดรวดแบบไม่เสียประตูให้ใคร ล่าสุดคือการเปิดบ้านเชือด เมียนมา 2-0 แถมได้พักตัวหลักมาแบบเต็มๆในช่วง 2 เกมหลัง รวมถึงคนที่มีใบเหลืองติดตัวทั้งหมดเพื่อจะได้ล้างในรอบรองชนะเลิศ นั่นหมายความว่าขุมกำลังทุกคนพร้อมเต็มสูบ


บรรดานักเตะตัวหลักจะกลับมาประจำการณ์อย่างพร้อมเพรียง แถมเกมนี้ยังได้ พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าลูกครึ่งไทย-สวีเดน มาเป็นตัวเลือกเพิ่มความหลากหลาย โดย แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทยยืนยันว่าจะไม่มองข้ามสิงคโปร์ และต้องให้ความเคารพคู่แข่ง เพราะพวกเขามีพัฒนาที่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการทำทีมของกุนซือหนุ่ม พร้อมยืนยันจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวทางการเล่นของทีมเพื่อเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการกลับบ้าน 


รายชื่อนักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-4-2)

ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล กองหลังวาง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, วันชัย จารุนงคราญ แดงกลางส่ง สารัช อยู่เย็น, เสกสรรค์ ราตรี, ชัยพล อดทน, คคนะ คำยก กองหน้าวาง ยศกร บูรพา คู่กับ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ลงล่าตาข่าย

ทรรศนะ : เป็นบททดสอบสำคัญของทีมชาติไทยเพราะถ้าว่าด้วยเรื่องผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้ สิงคโปร์คือคู่แข่งที่ยากที่สุดหากเทียบกับ 4 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่ม แถมยังเป็นการเจอกันในรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาต้องเน้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แถมยังได้เล่นในบ้านของตัวเองก่อนยิ่งจะต้องพยายามเก็บผลการแข่งขันเพื่อชิงความได้เปรียบให้มากที่สุด


ส่วนทีมชาติไทยเชื่อว่าจะมาแบบรัดกุมเอาไว้ก่อน แล้วรอดักจังหวะความผิดพลาดของคู่แข่งเล่นงาน ซึ่งถ้าว่ากันด้วยเรื่องคุณภาพตัวผู้เล่นยังมองว่าทีมชาติไทยยังดูเหลื่อมอยู่หากวัดกันตำแหน่งต่อตำแหน่ง แต่ถึงกระนั้นก็จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งบรรดานักเตะคู่แข่งชุดนี้หลายคนรู้ทางบอลของนักเตะไทยเป็นอย่างดี 


สุดท้ายยังเชื่อใจ แอนโธนี่ ฮัดสัน ว่าเป็นกุนซือที่เอาอยู่ในเกมมีความหมายแบบนี้ ด้วยวิธีการเล่นที่แม้อาจจะดูไม่ได้หวือหวา แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความแน่นอน เพื่อเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการออกมา


สกอร์ที่คาด : ทีมชาติไทย บุกเฉือน สิงคโปร์ 2-1 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN