"แม็คอิลรอย" ฟอร์มไม่สวย "ซูเบอร์" สร้างเซอร์ไพรส์ ขึ้นนำ "ดิ โอเพ่น" รอบแรก

Share on Line Share on Facebook Share on X
"แม็คอิลรอย" ฟอร์มไม่สวย "ซูเบอร์" สร้างเซอร์ไพรส์ ขึ้นนำ "ดิ โอเพ่น" รอบแรก



ศึกกอล์ฟเมเจอร์รายการสุดท้ายของปี ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 154 เปิดฉากขึ้นแล้ว เมื่อคืน 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือประเทศอังกฤษ ท่ามกลางสภาพสนาม รอยัล เบิร์กเดล ที่แห้ง แข็ง และแต่กลับทำให้บอลไหลเร็ว ส่งผลให้บรรดานักกอล์ฟระดับโลกต้องปรับตัวกันตั้งแต่วันแรกของการแข่งขัน

และผู้ที่สร้างความฮือฮากลับไม่ใช่หนึ่งในตัวเต็ง แต่เป็น แจ็สัน ซูเบอร์ โปรชาวอเมริกันวัย 26 ปี ที่ลงแข่งขัน ดิ โอเพ่น เป็นครั้งแรก ก่อนระเบิดฟอร์มขึ้นนำเดี่ยวหลังจบรอบแรก ขณะที่นักกอล์ฟชื่อดังหลายคนยังเกาะกลุ่มอยู่ในระยะที่พร้อมไล่ล่าแชมป์


เรื่องน่าสนใจของ แจ็คสัน ซูเบอร์


ซูเบอร์ เคยลงเล่นเมเจอร์มาเพียง 2 รายการ จากศึกยูเอส โอเพ่น 2024 และ 2026 แต่ซูเบอร์กลับสร้างผลงานเหนือความคาดหมาย ด้วยการหวด 5 อันเดอร์พาร์ 65 ขึ้นนำเดี่ยวทันที โปรชาวอเมริกันอาศัยเกมบนกรีนที่เฉียบขาด พัตต์เพียง 24 ครั้งตลอดรอบ และเร่งเครื่องในช่วง 5 หลุมสุดท้าย เก็บเพิ่มถึง 4 อันเดอร์พาร์ รวมอีเกิ้ลที่หลุม 17 ส่งให้เขากลายเป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์รายการที่ทำสกอร์ 65 หรือต่ำกว่าในการลงเล่นรอบแรกของ ดิ โอเพ่น เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ ซูเบอร์ยังเป็นนักกอล์ฟรายที่ 4 ในรอบ 5 ปีล่าสุดที่ขึ้นนำหรือร่วมเป็นผู้นำหลังจบรอบเปิดสนามของ ดิ โอเพ่น โดยผู้เล่นล่าสุดที่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตั้งแต่รอบแรกจนคว้าแชมป์ได้คือ จอร์แดน สปีธ เมื่อปี 2017 ที่สนามแห่งนี้นี่เอง





สรุปข่าว

"แม็คอิลรอย" ออกตัวไม่สวย เมเจอร์ "ดิ โอเพ่น" รอบแรก "ซุเบอร์" โปรชาวอเมริกันสร้างเซอร์ไพรส์ ขึ้นนำเดี่ยว ประวัติศาสตร์ชี้ แชมป์จะตามหลังผู้นำไม่เกิน 5 สโตรกหลังจบรอบแรก



ศึกกอล์ฟเมเจอร์รายการสุดท้ายของปี ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 154 เปิดฉากขึ้นแล้ว เมื่อคืน 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือประเทศอังกฤษ ท่ามกลางสภาพสนาม รอยัล เบิร์กเดล ที่แห้ง แข็ง และแต่กลับทำให้บอลไหลเร็ว ส่งผลให้บรรดานักกอล์ฟระดับโลกต้องปรับตัวกันตั้งแต่วันแรกของการแข่งขัน

และผู้ที่สร้างความฮือฮากลับไม่ใช่หนึ่งในตัวเต็ง แต่เป็น แจ็สัน ซูเบอร์ โปรชาวอเมริกันวัย 26 ปี ที่ลงแข่งขัน ดิ โอเพ่น เป็นครั้งแรก ก่อนระเบิดฟอร์มขึ้นนำเดี่ยวหลังจบรอบแรก ขณะที่นักกอล์ฟชื่อดังหลายคนยังเกาะกลุ่มอยู่ในระยะที่พร้อมไล่ล่าแชมป์


เรื่องน่าสนใจของ แจ็คสัน ซูเบอร์


ซูเบอร์ เคยลงเล่นเมเจอร์มาเพียง 2 รายการ จากศึกยูเอส โอเพ่น 2024 และ 2026 แต่ซูเบอร์กลับสร้างผลงานเหนือความคาดหมาย ด้วยการหวด 5 อันเดอร์พาร์ 65 ขึ้นนำเดี่ยวทันที โปรชาวอเมริกันอาศัยเกมบนกรีนที่เฉียบขาด พัตต์เพียง 24 ครั้งตลอดรอบ และเร่งเครื่องในช่วง 5 หลุมสุดท้าย เก็บเพิ่มถึง 4 อันเดอร์พาร์ รวมอีเกิ้ลที่หลุม 17 ส่งให้เขากลายเป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์รายการที่ทำสกอร์ 65 หรือต่ำกว่าในการลงเล่นรอบแรกของ ดิ โอเพ่น เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ ซูเบอร์ยังเป็นนักกอล์ฟรายที่ 4 ในรอบ 5 ปีล่าสุดที่ขึ้นนำหรือร่วมเป็นผู้นำหลังจบรอบเปิดสนามของ ดิ โอเพ่น โดยผู้เล่นล่าสุดที่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตั้งแต่รอบแรกจนคว้าแชมป์ได้คือ จอร์แดน สปีธ เมื่อปี 2017 ที่สนามแห่งนี้นี่เอง






แดน บราวน์ และ ซองแจ อิม ไล่ตามเพียงสโตรกเดียว


แดน บราวน์ โปรชาวอังกฤษ ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 เป็นรอบเปิดสนามที่ดีที่สุดของตัวเองนับตั้งแต่ศึก เคแอลเอ็ม เมื่อกลางปี 2025แม้อันดับโลกร่วงไปอยู่ที่ 136 และไม่ผ่านการตัดตัวติดต่อกันถึง 4 รายการ แต่วันแรกของ ดิ โอเพ่น บราวน์ทีออฟขึ้นแฟร์เวย์ได้ 12 หลุม และพาลูกขึ้นกรีน 14 หลุม 


ส่วน ซองแจ อิม จากเกาหลีใต้ ก็ทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 เท่ากัน ถือเป็นครั้งแรกจากการลงเล่น ดิ โอเพ่น 6 ครั้งที่เปิดรอบแรกด้วยสกอร์ต่ำกว่า 70 โดยผลงานดีที่สุดในรายการนี้คืออันดับ 7 ร่วมเมื่อปี 2024

เชฟเฟลอร์มีโอกาส แต่ปิดเกมไม่ลง


แชมป์เมื่อปีก่อน สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ ออกตัวได้อย่างร้อนแรง หลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะกว่า 43 ฟุตที่หลุม 6 ขยับขึ้นนำเดี่ยวชั่วคราวที่ 4 อันเดอร์พาร์ แต่เกมบนกรีนเริ่มแผ่วลงในช่วงครึ่งหลัง โดยตลอด 12 หลุมสุดท้ายไม่สามารถพัตต์จากระยะเกิน 5 ฟุตลงได้เลย ส่งผลให้จบรอบที่ 2 อันเดอร์พาร์ 68แม้จะทีออฟขึ้นแฟร์เวย์พลาดเพียงหลุมเดียว แต่ก็สร้างความเสียดายให้ทั้งผู้ชมและตัวของ เชฟเฟลอร์เอง เพราะมีหลายจังหวะที่น่าจะทำสกอร์ได้ดีกว่านี้


แม็คอิลรอย เจอวันที่น่าผิดหวัง


รอรี่ แม็คอิลรอย โปคนดังขวัญใจเจ้าถิ่นพบกับรอบแรกที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง จบด้วยสกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 72พลาดพัตต์ระยะสั้นไม่เกิน 5 ฟุตถึง 3 ครั้ง จนมีสถิติการพัตต์รั้งอันดับ 148 จากผู้เล่นทั้งหมด 156 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรายการเมเจอร์ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ แม็คอิล รอยยังเสียโบกี้ถึง 2 หลุมพาร์ 5 ทั้งที่ตลอดอาชีพ มักจะทำสกอร์ได้ดีในการเล่นแนวนี้ ส่งผลให้จบรอบแรกในอันดับ 85 ร่วม และต้องเหนื่อยไม่น้อยหากหวังจะลุ้นแชมป์


ประวัติศาสตร์ของ ดิ โอเพ่น ระบุว่า แชมป์ทั้ง 26 คนล่าสุด ล้วนอยู่ห่างจากตำแหน่งผู้นำไม่เกิน 5 สโตรกหลังจบรอบแรกนั่นหมายความว่า ผู้เล่นทั้ง 59 คนที่ทำสกอร์ อีเวนพาร์ 70 หรือต่ำกว่า ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์


อย่างไรก็ตาม ที่สนามรอยัล เบิร์กเดล เคยมีนักกอล์ฟเพียง 2 คนเท่านั้นที่พลิกสถานการณ์จากการตามหลังเกิน 5 สโตรกหลังจบรอบแรกกลับมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ คือ ปีเตอร์ ทอมสัน ในปี 1965 และ มาร์ก โอเมียรา ในปี 1998

ที่มาข้อมูล : TheOpen

ที่มารูปภาพ : AFP

แท็กบทความ

กอล์ฟ
เมเจอร์กอล์ฟ
ดิโอเพ่น
ดิโอเพ่น2026
ดิโอเพ่นกอล์ฟ
รอรี่แม็คอิลรอย