ซินเนอร์ ดวลเดือด ซเวเรฟ นัดชิงฯวิมเบิลดัน2026 คืนนี้!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ซินเนอร์ ดวลเดือด ซเวเรฟ นัดชิงฯวิมเบิลดัน2026 คืนนี้!

ยานนิค ซินเนอร์ และ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ จะโคจรมาเจอกันอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศศึกวิมเบิลดัน 2026 ที่จะแข่งขันกันในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมนี้(รอยืนยันเวลาทางการ) ถ่ายทอดสดทาง ทรูวิชั่นส์ นาว


ปัจจุบัน ยานนิค ซินเนอร์ รั้งมือวางอันดับ1 ของโลกใน PIF ATP Rankings ต้องการกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้ง หลังต้องเจอกับความยากลำบากตลอดปี 2026 หากเทียบกับมาตรฐานของตัวเองที่เคยทำได้ในเวทีระดับแกรนด์สแลม


ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ปัจจุบันรั้งมือวางอันดับ3 ของโลก และกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดๆ หลังเพิ่งจะปลดล็อกคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยแรกในอาชีพด้วยเฟร้นช์ โอเพ่น ที่โรลองด์-การ์รอส เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าจะหยุดสถิติแพ้ ซินเนอร์ ที่ยาวนานถึง 9 นัดติดต่อกัน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสคนแรกในยุคโอเพ่น-เอร่า ที่ได้แชมป์ระดับเมเจอร์แบบติดๆกัน หลังจากที่เพิ่งปลดล็อกครั้งแรกมาได้


ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่เคยเจอกันบนคอร์ตหญ้ามาก่อน และ ซเวเรฟ ก็หวังจะใช้จุดนี้บวกกับความมั่นใจที่กำลังเต็มเปี่ยมในฐานะที่คว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมมาได้แล้ว โดยนักเทนนิสชาวเยอรมันวัย 29 ปี เผยว่ามีปัจจัยอยู่สองอย่างที่ทำให้เขามีผลงานที่ร้อนแรงต่อเนื่อง 


"อย่างแรกเลยคือเมื่อคุณเคยได้แชมป์เมเจอร์มาแล้ว คุณจะรู้วิธีการคว้าชัยชนะและรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำมันได้อีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจ ส่วนอย่างที่สอง ผมรู้สึกว่าผมได้พัฒนาฝีมือการเล่นของตัวเองไปมาก รู้สึกว่าฟอร์มการเล่นของตัวเองดีขึ้น บางครั้งในโลกกีฬามันก็เป็นเรื่องง่ายๆแบบนั้น"

สรุปข่าว

ศึกเทนนิสวิมเบิลดัน 2026 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศประเภทชายเดี่ยว เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ยานนิค ซินเนอร์ นักเทนนิสมือ 1 ของโลก กับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มือ 3 ของโลก แข่งขันในคืนวันอาทิตย์นี้ โดย ซเวเรฟ กำลังมั่นใจหลังเพิ่งปลดล็อกคว้าแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น มาได้ หวังจะล้างตาหยุดสถิติแพ้ทางซินเนอร์ 9 นัดติด และสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์เมเจอร์ติดต่อกัน ส่วนซินเนอร์หวังกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งหลัง โชว์ฟอร์มแกร่งในรอบที่ผ่านมา ซึ่งทั้งคู่ต่างมีจุดเด่นในเรื่องลูกเสิร์ฟที่ทรงพลัง และยังไม่เคยดวลกันบนคอร์ตหญ้ามาก่อน คาดว่าจะเป็นแมตช์ที่ดุเดือดแน่นอน แฟนกีฬาเทนนิสสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง ทรูวิชั่นส์ นาว

ยานนิค ซินเนอร์ และ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ จะโคจรมาเจอกันอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศศึกวิมเบิลดัน 2026 ที่จะแข่งขันกันในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมนี้(รอยืนยันเวลาทางการ) ถ่ายทอดสดทาง ทรูวิชั่นส์ นาว


ปัจจุบัน ยานนิค ซินเนอร์ รั้งมือวางอันดับ1 ของโลกใน PIF ATP Rankings ต้องการกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้ง หลังต้องเจอกับความยากลำบากตลอดปี 2026 หากเทียบกับมาตรฐานของตัวเองที่เคยทำได้ในเวทีระดับแกรนด์สแลม


ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ปัจจุบันรั้งมือวางอันดับ3 ของโลก และกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดๆ หลังเพิ่งจะปลดล็อกคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยแรกในอาชีพด้วยเฟร้นช์ โอเพ่น ที่โรลองด์-การ์รอส เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าจะหยุดสถิติแพ้ ซินเนอร์ ที่ยาวนานถึง 9 นัดติดต่อกัน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสคนแรกในยุคโอเพ่น-เอร่า ที่ได้แชมป์ระดับเมเจอร์แบบติดๆกัน หลังจากที่เพิ่งปลดล็อกครั้งแรกมาได้


ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่เคยเจอกันบนคอร์ตหญ้ามาก่อน และ ซเวเรฟ ก็หวังจะใช้จุดนี้บวกกับความมั่นใจที่กำลังเต็มเปี่ยมในฐานะที่คว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมมาได้แล้ว โดยนักเทนนิสชาวเยอรมันวัย 29 ปี เผยว่ามีปัจจัยอยู่สองอย่างที่ทำให้เขามีผลงานที่ร้อนแรงต่อเนื่อง 


"อย่างแรกเลยคือเมื่อคุณเคยได้แชมป์เมเจอร์มาแล้ว คุณจะรู้วิธีการคว้าชัยชนะและรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำมันได้อีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจ ส่วนอย่างที่สอง ผมรู้สึกว่าผมได้พัฒนาฝีมือการเล่นของตัวเองไปมาก รู้สึกว่าฟอร์มการเล่นของตัวเองดีขึ้น บางครั้งในโลกกีฬามันก็เป็นเรื่องง่ายๆแบบนั้น"

ทางด้าน ยานนิค ซินเนอร์ ที่ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างร้อนแรงกับการเดินหน้าคว้าชัยชนะ 30 แมตช์รวด เป็นสถิติสูงสุดในอาชีพของตัวเอง และสามารถคว้าแชมป์ระดับ ATP Masters 1000 มาครองได้ถึง 5 รายการติดต่อกัน 


แต่ถึงกระนั้นก็มีเหตุการณ์ความผิดหวังที่เกิดขึ้นมาคั่นกลางกับการแพ้ต่อ โนวัค ยอโควิช ในรอบรองชนะเลิศศึกออสเตรเลียนโอเพ่น รวมถึงการพลิกล็อกตกรอบ2 ในศึกเฟร้นช์ โอเพ่น ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย ทั้งๆที่นำก่อน 2-0 เซต แต่สุดท้ายพ่าย ฆวน มานูเอล เซรุนโดโล ไปแบบเหนือความคาดหมาย


โดย ซินเนอร์ เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 4 สมัย ในวัย24 ปี กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง แม้จะเริ่มต้นเส้นทางในวิมเบิลดันแบบทุลักทุเลกับการที่ต้องเล่นถึง 5 เซต กว่าจะเอาชนะ มิโอเมียร์ เคชมาโนวิช แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่เสียเซตให้ใครเลยจนผ่านเข้าชิงชนะเลิศ


"เมื่อคุณเริ่มเก็บชัยชนะได้มากกว่าพ่ายแพ้ นั่นหมายความว่าคุณกำลังเล่นเทนนิสได้อย่างยอดเยี่ยม" ซินเนอร์ กล่าว "ผมมีโอกาสได้ดูฟอร์มของเขา(ซเวเรฟ)มาบ้างในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงรอบรองชนะเลิศที่เขาเล่นก่อนผมเลยได้มีโอกาสดู ซึ่งตอนนี้เขาเล่นเกมรุกได้อย่างดุดันมากๆ"


"เขากำลังมีความมั่นใจและเล่นอย่างผ่อนคลายในสนาม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีทีเดียว แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไป ผมดีใจที่จะได้ดวลกับเขาและจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จากนั้นค่อยมาดูกันว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร"

ก่อนหน้านี้ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว ยังไม่เคยผ่านเข้าไปถึงรอบ4 ของศึกวิมเบิลดันได้เลย จนกระทั่งมาถึงครั้งนี้ที่เขาใช้จุดเด่นเรื่องลูกเสิร์ฟที่รุนแรง หนักหน่วง เหมาะกับสภาพสนามหญ้าที่ลูกกระดอนต่ำและเคลื่อนที่เร็ว เช่นเดียวกับ ยานนิค ซินเนอร์ ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะเกมที่อัด โนวิค ยอโควิช เขาทำแต้มจากการเสิร์ฟแรกได้ถึง 45 จาก 51 แต้ม คิดเป็น 88% 


โดย ซินเนอร์  เผยถึงเรื่องนี้ว่า "ผมมองว่าจะมีการโต้ลูกกันน้อยลง และจังหวะเกมจะไม่ต่อเนื่องเหมือนก่อน ซึ่งเรารู้ดีเพราะสภาพสนามที่เร็วมาก ประกอบกับอากาศที่ค่อนข้างร้อน ก็น่าจะเป็นผลดีต่อนักเทนนิสที่มีลูกเสิร์ฟหนัก"


"เขาเป็นนักเทนนิสที่เสิร์ฟหนัก และแน่นอนว่าเรื่องในอดีตระหว่างเรามันได้ผ่านไปแล้ว เขาสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมที่ปารีสมาได้ ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขาอย่างมาก เราก็ได้เห็นแล้วว่าเขากำลังโชว์ฟอร์มในระดับไหน และแน่นอนว่าเราทุกคนต่างจะเห็นแมตช์ที่ยอดเยี่ยม"


ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ที่จะการันตีตำแหน่งมือวางอันดับ2 ของโลก แซงหน้า คาร์ลอส อัลคาราซ ในการประกาศอันดับอย่างเป็นทางการวันจันทร์นี้ ก็หวังที่จะเข้ามาสอดแทรกความยิ่งใหญ่ที่ ซินเนอร์ และ อัลคาราซ กำลังสร้างในวงการเทนนิสชาย กับการเป็นนักเทนนิสคนที่ 7 ในยุคโอเพ่น-เอร่า ที่สามารถคว้าแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น ต่อด้วย วิมเบิลดัน ในปีเดียวกัน 


"สำหรับผมแล้ว ผมยังคงมีสมาธิและมีความกระหายชัยชนะ ผมต้องการความสำเร็จที่มากขึ้น ผมต้องการรักษาฟอร์มการเล่นในระดับสูงสุดและคว้าชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ และหวังว่าจะทำได้ในวันอาทิตย์นี้กับโอกาสครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง"

ที่มาข้อมูล : ATP tour

ที่มารูปภาพ : AFP