อาร์เธอร์ เฟรี เปิดใจสร้างประวัติศาสตร์จากมือไวลด์การ์ดสู่รอบรองฯวิมเบิลดัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
อาร์เธอร์ เฟรี เปิดใจสร้างประวัติศาสตร์จากมือไวลด์การ์ดสู่รอบรองฯวิมเบิลดัน

อาร์เธอร์ เฟรี นักเทนนิสมือวางอันดับ 114 ของโลก ชาวสหราชอาณาจักร กลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการชั่วโมงนี้ หลังสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกวิมเบิลดันได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ ฟลาวิโอ โคโบลลี่ มือวางอันดับ 10 ของโลกจากอิตาลี รองแชมป์เฟรนช์โอเพ่น แบบ 3 เซตรวด 6-4, 7-6(4), 6-0 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา(8 ก.ค. 69) ถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ นาว


เฟรี ในวัย 23 ปี ที่เติบโตมาในละแวกเดียวกับสนาม "ออล อิงแลนด์ คลับ" เปิดเผยด้วยรอยยิ้มหลังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีภายในอาคารเซ็นเตอร์คอร์ตว่า "ผมได้กราบทูลพระองค์ท่านไปว่าวันอาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของผมครับ คงจะเป็นอะไรที่วิเศษมากหากได้ลงเล่นรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันในวันเกิดของผมพอดี"

สรุปข่าว

อาร์เธอร์ เฟรี นักเทนนิสชาวสหราชอาณาจักรมือ 114 ของโลก สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึกวิมเบิลดัน 2026 ด้วยการเป็นนักหวดคนแรกในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่ โกรัน อิวานิเซวิช ในปี 2001 ที่ไต่เต้าจากสิทธิ์ไวลด์การ์ดทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมล้ม ฟลาวิโอ โคโบลลี่ มือ 10 ของโลกขาดลอย 3 เซตรวด โดยนักหวดหนุ่มวัย 23 ปี ซึ่งเติบโตในละแวกสนามแข่งขันและอดีตเคยเป็นมือ 1 ระดับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เผยความรู้สึกด้วยรอยยิ้มหลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีว่า ตนเองเชื่อมั่นในศักยภาพมาตลอด และคงวิเศษมากหากได้ฉลองวันเกิดในรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้ พร้อมยอมรับว่าเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากโซเชียลมีเดียเพื่อรักษาสมาธิ สำหรับรอบตัดเชือกในวันศุกร์นี้ เฟรีมีโปรแกรมต้องดวลศึกหนักกับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มือวางอันดับ 2 ของรายการและแชมป์เฟรนช์โอเพ่นคนล่าสุด อย่างไรก็ตามเขาตั้งเป้าจะใช้ความได้เปรียบจากเสียงเชียร์ของแฟนเจ้าถิ่นในสนามเซ็นเตอร์คอร์ตเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อกดดันคู่แข่งและคว้าชัยชนะมาครองให้ได้ โดยแฟนๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึกสำคัญครั้งนี้รวมถึงคู่หยุดโลกระหว่าง โนวัค ยอโควิช และ ยานนิค ซินเนอร์ ได้ทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว

อาร์เธอร์ เฟรี นักเทนนิสมือวางอันดับ 114 ของโลก ชาวสหราชอาณาจักร กลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการชั่วโมงนี้ หลังสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกวิมเบิลดันได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ ฟลาวิโอ โคโบลลี่ มือวางอันดับ 10 ของโลกจากอิตาลี รองแชมป์เฟรนช์โอเพ่น แบบ 3 เซตรวด 6-4, 7-6(4), 6-0 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา(8 ก.ค. 69) ถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ นาว


เฟรี ในวัย 23 ปี ที่เติบโตมาในละแวกเดียวกับสนาม "ออล อิงแลนด์ คลับ" เปิดเผยด้วยรอยยิ้มหลังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีภายในอาคารเซ็นเตอร์คอร์ตว่า "ผมได้กราบทูลพระองค์ท่านไปว่าวันอาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของผมครับ คงจะเป็นอะไรที่วิเศษมากหากได้ลงเล่นรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันในวันเกิดของผมพอดี"

โดย อาร์เธอร์ เฟรี ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมการแข่งขันวิมเบิลดันในครั้งนี้ ก่อนจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสนแรกในรอบ 25 ปี ที่ไต่เต้าจากมือไวลด์การ์ดหลุดเข้าไปถึงรอบตัดเชือก นับตั้งแต่ที่ โกรัน อิวานิเซวิช นักเทนนิสชาวโครเอเชีย ที่เคยทำได้ในปี 2001 ซึ่งครั้งนั้นเขาไปได้ไกลถึงการเป็นแชมป์


"ผมไม่เคยเจอกับเขามาก่อน" เฟรี เผยเมื่อถูกถามถึง อิวานิเซวิช "ผมรู้ว่าเขาเป็นนักเทนนิสคนเดียวที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดแล้วผ่านเข้าไปถึงการคว้าแชมป์วิมเบิลดัน นับเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งมาก และผมก็เคยดูไฮไลต์การแข่งขันของเขาด้วย"


"ผมเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอดว่าสามารถเป็นนักเทนนิสระดับท็อปได้ แต่การได้ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของศึกวิมเบิลดันมันคนละเรื่องกันเลย และเวลานี้ผมก็มาอยู่ในจุดนี้ได้แล้ว"

อาร์เธอร์ เฟรี เคยใช้เวลา 3 ปีในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่สหรัฐอเมริกา (2020-2023) และเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองออกห่างจากสิ่งเร้าภายนอกเพื่อรักษาสมดุลทางจิตใจให้มีสมาธิกับการเล่นเทนนิส จนกระทั่งเคยก้าวไปเป็นมือ1 ในระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกามาแล้ว


เมื่อถูกถามถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้น แม้ว่าตัวเขาจะมีพ่อ-แม่เป็นชาวฝรั่งเศส แต่การที่เติบโตขึ้นมาในละแวกSW19 ซึ่งเขาอยู่ห่างจากสนามไปเพียงไม่กี่นาทีหากเดินทางด้วยรถยนต์ เจ้าตัวเผยว่า "ผมขออยู่ในโลกส่วนตัวของผมดีกว่า ผมไม่ค่อยจะได้เข้าไปดูโซเชียลมีเดียสักเท่าไร"


ในรอบรองชนะเลิศ อาร์เธอร์ เฟรี จะเข้าไปดวลกับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มือวางอันดับ 2 ของรายการจากเยอรมัน ที่กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง เก็บชัยชนะมา 15 จากการลงเล่น 16 แมตช์หลังสุด และเป็นเจ้าของแชมป์เฟรนช์โอเพ่นมาหมาดๆ แต่ เฟรี ก็มีทัวร์นาเมนต์ที่ยอดเยี่ยม แถมลงเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่น


"แน่นอนว่าผมมีกองเชียร์ที่นี่คอยหนุนหลังอยู่ ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นบนเซ็นเตอร์คอร์ตที่มีผู้คนมากมายคอยส่งเสียงเชียร์และผลักดันผม ผมจะพยายามใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในช่วงเวลาสำคัญเพื่อสร้างความกดดันให้กับคู่แข่งบ้างเล็กน้อย และผมก็จะทำแบบเดิมอีกครั้งในจังหวะที่เหมาะสมในรอบรองชนะเลิศวันศุกร์นี้"


โดยแฟนๆสามารถรับชมถ่ายทอดสดการดวลกันของ อาร์เธอร์ เฟรี กับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ในช่วงหัวค่ำวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ (รอกำหนดเวลาแข่งขันทางการ) ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว


ขณะที่โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ ชายเดี่ยว อีกคู่ที่แข่งขันในวันเดียวกันจะเป็นการเจอกันระหว่าง โนวัค ยอโควิช ที่กำลังไล่ล่าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 25 ในอาชีพ ดวลกับ ยานนิค ซินเนอร์ มือวางอันดับ1 ของโลกชาวอิตาลี 

ที่มาข้อมูล : olympics

ที่มารูปภาพ : AFP