ภารกิจปลุกปีศาจตนที่2! รูเบน อโมริม กับชีวิตใหม่ที่ เอซี มิลาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภารกิจปลุกปีศาจตนที่2! รูเบน อโมริม กับชีวิตใหม่ที่ เอซี มิลาน

6 ปี ที่สปอร์ติง ลิสบอน 14 เดือนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รูเบน อโมริม ในวัย 41 ปี กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองอีกครั้ง กับการเข้าไปรับงานคุมทีม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 


หลังจบฤดูกาล 2025-26 ทัพ "ปีศาจแดงดำ" มีการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารครั้งใหญ่ด้วยการถอดทีมงานออกแบบยกชุด รวมถึงปลด มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี พ้นตำแหน่งกุนซือ 


เซ่นผลงานที่น่าผิดหวัง กับการไม่สามารถพาทีมคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ตามเป้าหมาย ทั้งๆที่หากย้อนกลับไปในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขากุมทุกอย่างเอาไว้ในมือตัวเองแท้ๆ 


แต่ดันกล้าทำงานใส้กับการแพ้ กายารี่ คาบ้าน ทำให้จบอันดับ5 ของตาราง เอาตั๋ว UCL ของตัวเองไปโยนทิ้งในเครื่องซักผ้าซะอย่างนั้น เพราะพวกเขาอดไปลุยถ้วยใหญ่ของยุโรปด้วยการมีแต้มน้อยกว่า โคโม่ ทีมอันดับ4 ที่ได้สิทธิ์สุดท้ายเพียงแค่คะแนนเดียว


ในช่วงสุญญากาศสโมสรเร่งเดินหน้าหาโค้ชคนใหม่เข้ามาคุมทัพ โดยตกเป็นข่าวกับกุนซือมือดีหลายคน แต่บทสรุปกลายเป็น รูเบน อโมริม ที่เข้าวินมาเป็นคำตอบสุดท้ายของเอซี มิลาน

สรุปข่าว

รูเบน อโมริม กุนซือวัย 41 ปี เตรียมเริ่มต้นความท้าทายใหม่กับการคุมทีม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ของอิตาลี หลังทัพ "ปีศาจแดงดำ" เพิ่งปลด มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เซ่นผลงานน่าผิดหวังที่ชวดตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการแพ้กายารี่คาบ้านนัดสุดท้าย จนทำให้อันดับจบที่ 5 มีคะแนนตามหลังทีมอันดับ 4 อย่างโคโม่เพียงแต้มเดียว โดยอโมริมจะเซ็นสัญญา 2+1 ปี รับค่าเหนื่อย 3.5 ล้านยูโรต่อปี หลังว่างงานมา 6 เดือนนับตั้งแต่แยกทางกับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งการได้งานใหม่ในอิตาลีครั้งนี้ ส่งผลให้ปีศาจแดงได้ลดหย่อนเงินค่าชดเชยที่ต้องจ่ายให้อโมริมตามเงื่อนไขลงด้วย การมามิลานถือเป็นโอกาสแก้ตัวของอโมริม หลังล้มเหลวในอังกฤษขณะที่ ไมเคิล คาริค โค้ชใหม่พายูไนเต็ดบินสูงจบที่ 3 แต่องค์ประกอบของมิลานเอื้อต่อเขามากกว่า เพราะทีมใช้ระบบหลัง 3 ตรงตามปรัชญา ทำให้ไม่ต้องเริ่มปรับทัพจากศูนย์ บวกกับการได้คุมทีมตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นแบบไร้ความกดดัน จึงน่าจับตาว่าเขาจะปลุกปีศาจตนที่สองนี้ให้ตื่นขึ้นมาได้หรือไม่

6 ปี ที่สปอร์ติง ลิสบอน 14 เดือนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รูเบน อโมริม ในวัย 41 ปี กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองอีกครั้ง กับการเข้าไปรับงานคุมทีม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 


หลังจบฤดูกาล 2025-26 ทัพ "ปีศาจแดงดำ" มีการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารครั้งใหญ่ด้วยการถอดทีมงานออกแบบยกชุด รวมถึงปลด มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี พ้นตำแหน่งกุนซือ 


เซ่นผลงานที่น่าผิดหวัง กับการไม่สามารถพาทีมคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ตามเป้าหมาย ทั้งๆที่หากย้อนกลับไปในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขากุมทุกอย่างเอาไว้ในมือตัวเองแท้ๆ 


แต่ดันกล้าทำงานใส้กับการแพ้ กายารี่ คาบ้าน ทำให้จบอันดับ5 ของตาราง เอาตั๋ว UCL ของตัวเองไปโยนทิ้งในเครื่องซักผ้าซะอย่างนั้น เพราะพวกเขาอดไปลุยถ้วยใหญ่ของยุโรปด้วยการมีแต้มน้อยกว่า โคโม่ ทีมอันดับ4 ที่ได้สิทธิ์สุดท้ายเพียงแค่คะแนนเดียว


ในช่วงสุญญากาศสโมสรเร่งเดินหน้าหาโค้ชคนใหม่เข้ามาคุมทัพ โดยตกเป็นข่าวกับกุนซือมือดีหลายคน แต่บทสรุปกลายเป็น รูเบน อโมริม ที่เข้าวินมาเป็นคำตอบสุดท้ายของเอซี มิลาน

โดย อโมริม จะได้รับสัญญา 2 ปี บวกออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี มีตัวเลขค่าจ้างอยู่ที่ 3.5 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 132 ล้านบาท ต่อปี นับเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม หลังจากที่เขาถูกปลดออกจากการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะตัดสินใจกลับมารับงานโค้ชอีกครั้งพร้อมกับเป้าหมายสำคัญในการพิสูจน์ปรัชญาการทำทีมของตัวเอง 


หลังสิ่งที่เขาพยายามสร้างกับทัพ "ปีศาจแดง" ต้องพังทลาย และทำได้เพียงแค่หันกลับไปมองทีมเดิมของตัวเองภายใต้การคุมทัพของโค้ชคนใหม่อย่าง ไมเคิล คาริค พุ่งทะยานไต่อันดับขึ้นมาจบที่3 ของตาราง ตีตั๋วกลับไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้ง 


ด้วยเคมีที่ไม่ลงตัวระหว่างโค้ชกับสโมสร บทสรุปของการแยกทางเวลานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย เดอะ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังในประเทศอังกฤษ เปิดเผยค่าชดเชยของโค้ชที่จะได้รับในการโดนปลดครั้งนั้นมีสูงถึง 8.4 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 739.4 ล้านบาท 


แต่ล่าสุดกับข่าวการลงเอยของ อโมริม และ เอซี มิลาน ในครั้งนี้ ก็ยังพอมีข้อดีที่ส่งไปถึงสโมสรเก่าอยู่บ้าง เพราะมีรายงานว่าตัวเลขค่าชดเชยจะถูกลดจำนวนลง เนื่องจาก อโมริม ได้งานใหม่ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วตามกรอบเงื่อนไขของเวลา

น่าสนใจมากๆว่าการได้โอกาสเข้าไปปลุกปีศาจตนที่สองของเขาในคราวนี้ อาจจะเป็นการกู้ชื่อของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง เพราะด้วยระบบแผนการเล่นหลัง 3 ของสโมสร ตรงปกกับปรัชญาของโค้ช การปรับจูนทีมจึงไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เพียงแค่เข้าไปลบจุดอ่อน เพิ่มเติมในสิ่งที่ขาดเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของตัวเอง


แถมครั้งนี้ยังเป็นการรับงานที่ไร้ความกดดัน หากเทียบกับช่วงที่ต้องเผชิญพายุในแมนเชสเตอร์ การเริ่มต้นใหม่ในช่วงที่มีเวลาเตรียมทีม ไม่ใช่การเข้าไปรับงานกลางคันเหมือนครั้งก่อน จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้อโมริมมีโอกาสประสบความสำเร็จ เพราะเขาจะได้มีเวลาได้เลือกนักเตะที่ตรงสเป็กของตัวเองตั้งแต่วันแรก


ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาลหน้า จึงเป็นอะไรที่น่าติดตามอย่างยิ่ง แล้วมาดูกันว่าบทสรุปสุดท้ายเส้นทางใหม่ของอโมริม จะลงเอยเช่นไร 

หากสามารถปลุกปีศาจแดงดำให้ตื่นจากหลับไหลขึ้นมาได้ ปรัชญาของเขาก็จะได้รับการพิสูจน์ แต่หากปีศาจตนที่สองยังคงไร้จิตวิญญาณ เมื่อถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมัน...

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : AFP