พรีวิวทีมชาติไทย พบ คูเวต ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทรูวิชั่นส์ นาว ถ่ายทอดสด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
พรีวิวทีมชาติไทย พบ คูเวต ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทรูวิชั่นส์ นาว ถ่ายทอดสด!

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เวลา 19.30 น. 

ทีมชาติไทย พบ คูเวต

สนาม : ปทุมธานี สเตเดียม

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 (ช่อง 604)


เจ้าถิ่น "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ลงเล่นเกมล่าสุดต้องย้อนไปในช่วงปลายเดือนมีนาคม กับการเปิดบ้านเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1 ตีตั๋วไปลุยศึกเอเชียนคัพ2027 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้สำเร็จ 


โดยโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 นัดจากนี้คือการเปิดโอกาสทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ก่อนจะถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญ ทั้งในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 26 สิงหาคมนี้ รวมถึงศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 21 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้

สรุปข่าว

ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก เตรียมเปิดสนามปทุมธานี สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ คูเวต อันดับ 134 ของโลก ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนนี้ เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 (604) โดยเกมล่าสุดของไทยคือการเปิดบ้านชนะเติร์กเมนิสถาน 2-1 คว้าตั๋วไปลุยเอเชียนคัพ 2027 ได้สำเร็จ ด้านกุนซือ แอนโธนี่ ฮัดสัน หวังใช้ 2 นัดจากนี้ทดลองผู้เล่นหน้าใหม่และสายเลือดใหม่อย่าง "ธีรภัทร ปรือทอง" ดาวรุ่งจากเจลีก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 และฟีฟ่า อาเซียน คัพ คาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 ผสมผสานตัวเก๋าอย่าง สารัช อยู่เย็น และ ธีรศิลป์ แดงดา ลงประคองทีม ส่วนฝั่งคูเวตภายใต้การคุมทัพของ เฮลิโอ เด ซูซ่า ขนผู้เล่นลีกในประเทศมาฟูลทีม มีจุดเด่นที่รูปร่างสูงใหญ่และสไตล์บอลอาหรับที่ประมาทไม่ได้ แม้ภาพรวมไทยจะเหนือกว่าและเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่ แต่ต้องระวังเกมสวนกลับของคูเวต อย่างไรก็ตามเชื่อว่าความมุ่งมั่นของนักเตะไทยจะช่วยให้ทัพช้างศึกเบียดเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ที่คาด 2-1

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เวลา 19.30 น. 

ทีมชาติไทย พบ คูเวต

สนาม : ปทุมธานี สเตเดียม

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 (ช่อง 604)


เจ้าถิ่น "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ลงเล่นเกมล่าสุดต้องย้อนไปในช่วงปลายเดือนมีนาคม กับการเปิดบ้านเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1 ตีตั๋วไปลุยศึกเอเชียนคัพ2027 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้สำเร็จ 


โดยโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 นัดจากนี้คือการเปิดโอกาสทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ก่อนจะถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญ ทั้งในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 26 สิงหาคมนี้ รวมถึงศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 21 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้

ทางด้าน แอนโธนี่ ฮัดสัน เผยในงานแถลงข่าวก่อนเกมนัดนี้ว่า "เป้าหมายในการเตรียมทีมทุกครั้งคือชัยชนะ เรามีการวางแทคติก วิเคราะห์คู่ต่อสู้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน เรามีนักเตะที่แตกต่างจากสองแคมป์ที่ผ่านมา ก็พยายามดึงศักยภาพแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด ด้วยระบบ และแทคติก"


"ส่วนในรายของธีรภัทร ปรือทอง ที่มีชื่อในครั้งนี้ ก็เหมาะสมที่จะได้รับโอกาส ด้วยคุณภาพของตัวน้อง ทั้งฟอร์มกับสโมสรในเจลีก และระดับการเล่น แต่ยังไม่อยากคาดหวังสูง หรือโยนความกดดันให้เด็กมากเกินไป"


"ตัวน้องเป็นเยาวชนที่มีพรสวรรค์สูง หน้าที่ของโค้ชและสตาฟฟ์คือสนับสนุน พัฒนา ให้กำลังใจ พยายามขอบางสิ่งบางอย่างจากตัวน้องให้แต่ไม่ควรคาดหวังเกินไปจนเป็นแรงกดดัน"


ในส่วนของการจัดทัพเชื่อว่าจะยังคงผสมผสานตัวเก๋าเข้ากับชุดหลักและให้โอกาสดาวรุ่งรวมถึงผู้เล่นที่เรียกเข้ามาใหม่ได้โชว์ผลงาน ซึ่งเชื่อว่าเกมนี้ทีมชาติไทยจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเตรียมทีม 

รายชื่อนักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-2-3-1)

ผู้รักษาประตูส่ง สรานนท์ อนุอินทร์ เฝ้าเสา กองหลังวาง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แดนกลางวาง กฤษดา กาแมน คู่กับ สารัช อยู่เย็น โดยมี อนันต์ ยอดสงวาลย์, เสกสรรค์ ราตรี และ ธีรภัทร ปรือทอง คอยสร้างสรรค์เกมให้กับกองหน้าตัวเป้าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา 

 

ทางฝั่งทีมเยือน คูเวต ภายใต้การคุมทัพของ เฮลิโอ เด ซูซ่า กุนซือชาวโปรตุเกส ในวัย 53 ปี ที่เพิ่งเข้ามารับงานในช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และผ่านการคุมทีมไป 7 นัด ทำผลงานชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 3 ล่าสุดคือการพ่าย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-3 ในศึกอาหรับคัพ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา


ขุมกำลังของพวกเขาชุดนี้เล่นอาชีพอยู่ในลีกของตัวเองทั้งหมด จุดเด่นอยู่ที่รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง แถมยังมีความคล่องและทักษะฟุตบอลที่ดี ซึ่งกุนซือของพวกเขาเคยเอาชนะทีมชาติไทยมาแล้ว ในสมัยที่คุมทีมชาติบาห์เรน บุกมาเอาชนะช้างศึกถึงถิ่น 2-1 เมื่อปี 2022 แถมยังเป็นการเล่นอุ่นเครื่องที่สนามแห่งเดียวกันนี้


ทรรศนะ : เป็นเกมที่แม้อันดับโลกจะแตกต่างกัน แต่ทีมชาติไทยจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะยามที่ต้องเจอกับคูเวต หรือประเทศในตะวันออกกลางมักจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งเกมนี้จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญว่าไทยเราจะสามารถเก็บชัยชนะไปได้หรือไม่กับการเจอทีมสไตล์บอลอาหรับ


จริงอยู่ที่เกมนี้เป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่เชื่อว่าการจัดทัพจะมีการผสมผสานเพื่อต่อยอดในการเก็บชัยชนะเพิ่มความมั่นใจ เชื่อว่าคนที่ได้โอกาสลงสนามจะมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อที่จะโชว์ฟอร์มให้เข้าตาโค้ช และต่อยอดกับการติดทีมชาติไปลุยทัวร์นาเมนต์จริง


รูปเกมที่ออกมายังมองว่าทีมชาติไทยจะเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่ ขณะที่คูเวตจะมาอาศัยเกมรับที่รัดกุมแล้วรอดักจังหวะสวนกลับเล่นงาน เพราะด้วยคุณภาพทีมที่ช่วงระยะหลังดร็อปลงไปจากอดีตหลายเท่าตัว สุดท้ายเชื่อว่าทีมชาติไทย จะมีทีเด็ดเก็บชัยชนะไปได้


สกอร์ที่คาด : ทีมชาติไทย ชนะ คูเวต 2-1 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN