ประวัติ โธมัส มุลเลอร์ ตำนานที่ถึงวันอำลา...25 ปี ในสีเสื้อบาเยิร์น มิวนิค

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ โธมัส มุลเลอร์ ตำนานที่ถึงวันอำลา...25 ปี ในสีเสื้อบาเยิร์น มิวนิค

หากจะเอ่ยถึงนักเตะที่ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีตำแหน่งในเกมรุกที่ตายตัว ไม่สามารถคาดเดาวิธีการเล่น วิธีการเคลื่อนที่ได้ คนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของแฟนบอลส่วนมากคงนึกถึงชายที่ชื่อ โธมัส มุลเลอร์


ครั้งหนึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยนิยามอดีตลูกทีมคนนี้ในสมัยที่เขาคุมบาเยิร์น มิวนิค ว่าเป็นคนที่เขาไม่รู้ว่าจะจับไปเล่นตำแหน่งไหน และไม่รู้ว่าจะต้องงัดเอาตำราใดมาบอกกล่าว เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้ลูกทีมคนนี้เล่นได้ดีที่สุดคือไม่ต้องไปบอกไปสอนอะไรเลย ปล่อยให้เล่นไปตามสัญชาตญาณล้วน ๆ 


"น้อยแต่มาก" น่าจะเป็นคำนิยามของนักเตะรายนี้ มีคำที่แซวกันเล่น ๆ ว่าถ้าเด็ก ๆ จะดูนักเตะฟุตบอลเป็นต้นแบบสักคน หนูจะดูใครก็ได้ที่ไม่ใช่ มุลเลอร์ เพราะเขาแทบไม่มีอยู่ในตำราและยากที่จะเลียนแบบได้ หากวันไหนเราตั้งใจดูวิธีการของเขา เราแทบจะไม่ได้เห็นถึงความโดดเด่นอะไรเลย แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาโผล่มาในจอ กลายเป็นว่าอยู่ถูกที่ถูกเวลา และมีส่วนกับจังหวะสำคัญ ๆ ของเกมเสมอ ไม่ว่าจะจ่ายบอล หรือยิงประตู


มุลเลอร์ ดูเหมือนนักฟุตบอลที่ฝีเท้าธรรมดา แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัว หรือเวลาบอลอยู่กับเท้า มันคือความแตกต่างในสนาม การเคลื่อนที่แต่ละครั้งล้วนมีความหมาย ช่วยให้เพื่อนเล่นง่าย การจ่ายบอลของเขาก็เช่นกัน อาจจะไม่ได้หวือหวา แต่มากไปด้วยประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การยิงประตู ที่ไม่ต้องสวยงามระดับส่งเข้าประกวด แต่เต็มไปด้วยความสำคัญและผ่านการคิดประมวลผลในหัวมาหมดแล้ว


10 พฤษภาคม 2025 วันที่สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ทวงบัลลังก์แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน กลับมาสู่ทีมได้อีกครั้ง หลังจากเมื่อซีซั่นก่อนเสียแชมป์ไปให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น


ในวันรับถาดแชมป์บุนเดสลีกา สายตาของแฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ต่างโฟกัสไปที่การฉลองของ แฮร์รี่ เคน ที่ปลดล็อกคว้าแชมป์สมัยแรกในชีวิตนักเตะอาชีพได้สักที เพราะฝีเท้าระดับเขา หากไม่ได้สัมผัสกับแชมป์ใด ๆ เลย ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย


แต่ก็เชื่อว่ามีแฟนบอลอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกใจหาย ไม่ใช่กับ แฮร์รี่ เคน แต่เป็นการนับถอยหลังวันอำลาของ โธมัส มุลเลอร์ ตำนานสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ผู้เป็นที่รักของแฟนบอล


เพราะนี่จะเป็นเกมสุดท้ายที่เราจะได้เห็น โธมัส มุลเลอร์ ลงเล่นในสนามอลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของสโมสรที่เขาลงหลักปักฐานมายาวนานถึง 25 ปีเต็ม 


เราจึงถือโอกาสขอพาทุกท่านไปเปิดเรื่องราวในชีวิตค้าแข้งของ โธมัส มุลเลอร์ หนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนัง ว่าเขาจะมีจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่อย่างไรบ้าง...

สรุปข่าว

โธมัส มุลเลอร์ คือนักเตะที่ยากจะจำกัดความ มีสไตล์การเล่นเฉพาะตัว ใช้สัญชาตญาณมากกว่าตำรา และมักปรากฏในจังหวะสำคัญของเกมเสมอ แม้ฝีเท้าจะดูธรรมดา แต่กลับมีอิทธิพลมหาศาลในสนาม เขาเริ่มต้นจากทีมท้องถิ่น TSV Pähl และเข้าสู่อคาเดมีของบาเยิร์น มิวนิคตั้งแต่อายุ 10 ปี ก่อนจะไต่เต้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2008 และแจ้งเกิดเต็มตัวในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล ฤดูกาล 2009/10 ผลงานโดดเด่นของมุลเลอร์ยังรวมถึงการพาทีมชาติเยอรมันคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2010 พร้อมคว้ารองเท้าทองคำ และแชมป์โลกปี 2014 โดยมีบทบาทสำคัญทั้งการยิงประตูและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม วันที่ 10 พฤษภาคม 2025 บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกาอีกครั้ง แต่งานฉลองกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกใจหาย เพราะเป็นเกมสุดท้ายของมุลเลอร์ในบ้านหลังเดิม หลังอยู่กับสโมสรมายาวนานถึง 25 ปี แม้สโมสรจะตัดสินใจไม่ต่อสัญญา และสร้างความผิดหวังให้เขา แต่มุลเลอร์ยังไม่เลิกเล่นฟุตบอลในวัย 35 ปี พร้อมเดินหน้าต่อในบทใหม่ของชีวิตนักเตะ โธมัส มุลเลอร์ คือแบบอย่างของนักเตะที่จงรักภักดี มีความทุ่มเท และเป็นขวัญใจแฟนบอลอย่างแท้จริง ตำนานที่โลกฟุตบอลยากจะหาใครมาแทนที่ได้

หากจะเอ่ยถึงนักเตะที่ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีตำแหน่งในเกมรุกที่ตายตัว ไม่สามารถคาดเดาวิธีการเล่น วิธีการเคลื่อนที่ได้ คนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของแฟนบอลส่วนมากคงนึกถึงชายที่ชื่อ โธมัส มุลเลอร์


ครั้งหนึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยนิยามอดีตลูกทีมคนนี้ในสมัยที่เขาคุมบาเยิร์น มิวนิค ว่าเป็นคนที่เขาไม่รู้ว่าจะจับไปเล่นตำแหน่งไหน และไม่รู้ว่าจะต้องงัดเอาตำราใดมาบอกกล่าว เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้ลูกทีมคนนี้เล่นได้ดีที่สุดคือไม่ต้องไปบอกไปสอนอะไรเลย ปล่อยให้เล่นไปตามสัญชาตญาณล้วน ๆ 


"น้อยแต่มาก" น่าจะเป็นคำนิยามของนักเตะรายนี้ มีคำที่แซวกันเล่น ๆ ว่าถ้าเด็ก ๆ จะดูนักเตะฟุตบอลเป็นต้นแบบสักคน หนูจะดูใครก็ได้ที่ไม่ใช่ มุลเลอร์ เพราะเขาแทบไม่มีอยู่ในตำราและยากที่จะเลียนแบบได้ หากวันไหนเราตั้งใจดูวิธีการของเขา เราแทบจะไม่ได้เห็นถึงความโดดเด่นอะไรเลย แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาโผล่มาในจอ กลายเป็นว่าอยู่ถูกที่ถูกเวลา และมีส่วนกับจังหวะสำคัญ ๆ ของเกมเสมอ ไม่ว่าจะจ่ายบอล หรือยิงประตู


มุลเลอร์ ดูเหมือนนักฟุตบอลที่ฝีเท้าธรรมดา แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัว หรือเวลาบอลอยู่กับเท้า มันคือความแตกต่างในสนาม การเคลื่อนที่แต่ละครั้งล้วนมีความหมาย ช่วยให้เพื่อนเล่นง่าย การจ่ายบอลของเขาก็เช่นกัน อาจจะไม่ได้หวือหวา แต่มากไปด้วยประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การยิงประตู ที่ไม่ต้องสวยงามระดับส่งเข้าประกวด แต่เต็มไปด้วยความสำคัญและผ่านการคิดประมวลผลในหัวมาหมดแล้ว


10 พฤษภาคม 2025 วันที่สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ทวงบัลลังก์แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน กลับมาสู่ทีมได้อีกครั้ง หลังจากเมื่อซีซั่นก่อนเสียแชมป์ไปให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น


ในวันรับถาดแชมป์บุนเดสลีกา สายตาของแฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ต่างโฟกัสไปที่การฉลองของ แฮร์รี่ เคน ที่ปลดล็อกคว้าแชมป์สมัยแรกในชีวิตนักเตะอาชีพได้สักที เพราะฝีเท้าระดับเขา หากไม่ได้สัมผัสกับแชมป์ใด ๆ เลย ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย


แต่ก็เชื่อว่ามีแฟนบอลอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกใจหาย ไม่ใช่กับ แฮร์รี่ เคน แต่เป็นการนับถอยหลังวันอำลาของ โธมัส มุลเลอร์ ตำนานสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ผู้เป็นที่รักของแฟนบอล


เพราะนี่จะเป็นเกมสุดท้ายที่เราจะได้เห็น โธมัส มุลเลอร์ ลงเล่นในสนามอลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของสโมสรที่เขาลงหลักปักฐานมายาวนานถึง 25 ปีเต็ม 


เราจึงถือโอกาสขอพาทุกท่านไปเปิดเรื่องราวในชีวิตค้าแข้งของ โธมัส มุลเลอร์ หนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนัง ว่าเขาจะมีจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่อย่างไรบ้าง...

เปิดประวัติ-วันเกิด โธมัส มุลเลอร์


โธมัส มุลเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1989 ณ เมืองไวล์ไฮม์ในโอเบอร์บาเยิร์น ตอนใต้ของบาวาเรีย ถือเป็นเด็กท้องถิ่นของเมืองมิวนิค อย่างแท้จริง 


ในวัย 5 ขวบ เขาเริ่มต้นหัดเล่นฟุตบอลกับ TSV Pähl ทีมท้องถิ่น จนกระทั่งอายุ 10 ขวบ จึงได้มีโอกาสเข้าสู่ระบบอคาเดมีของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังอย่างจริง ๆ จัง ๆ 


มุลเลอร์ ค่อย ๆ ไต่เต้าในระดับเยาวชนขึ้นมาเรื่อย ๆ และมีส่วนสำคัญในการพาทีมชุดU19 จบรองแชมป์บุนเดสลีกา เยาวชน เมื่อปี 2007 จากนั้นเขาได้รับโอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในช่วงปรีซีซั่น ก่อนเริ่มฤดูกาล 2008/09 ภายใต้การคุมทัพของ เยอร์เกน คลินส์มันน์ 


โธมัส มุลเลอร์ ลงสนามนัดแรกกับบาเยิร์น มิวนิค


โดยเกมแรกอย่างเป็นทางการในทีมชุดใหญ่เกิดขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2008 เขาถูกส่งลงมาแทนที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าหมายเลขหนึ่งของทีมในช่วงท้ายเกม นัดที่เปิดบ้านเสมอ ฮัมบูร์ก 2-2


ฟอร์มในช่วงต้นของ โธมัส มุลเลอร์ ยังไม่ส่องประกายมากนัก เพราะด้วยความที่เขาเล่นฟุตบอลด้วยสัญชาตญาณ ทำให้ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการลงสนามเพื่อเก็บประสบการณ์และความเข้าใจของเพื่อนร่วมทีมและโค้ช


อย่างไรก็ตามสโมสรมองเห็นว่าเขาจะสามารถเป็นนักเตะที่สำคัญของทีมได้ในอนาคต แถมเป็นนักเตะจากท้องถิ่นด้วยแล้ว ยิ่งต้องพยายามเจียระไนเพชรเม็กนี้ให้ออกมางดงามที่สุด


เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ปี2009 เขาได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกกับทีมเป็นระยะเวลา 2 ปี แต่ก็ถูกคาดการณ์ว่าสุดท้ายน่าจะถูกปล่อยตัวไปเก็บประสบการณ์กับทีมอื่น ๆ ก่อนในช่วงต้น


จนกระทั่งในซีซั่นต่อมาจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตก็มาถึง เมื่อสโมสรแต่งตั้ง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้โอกาสเยาวชนเข้ามาคุมทัพ ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสสำคัญก็กลับมาถึง มุลเลอร์ อีกครั้ง


เขาก็กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่อะไรก็ฉุดไม่อยู่ ก้าวเป็นกำลังหลักของทีมชุดใหญ่ทันที แถมได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประเดือนกันยายน ของศึกบุนเดสลีกา ในฤดูกาล 2009/10 บทสรุปซีซั่นนั้นเขาจบด้วยการมีส่วนกับทีมทุกเกมในบุนเดสลีกา แถมเป็นตัวจริงไปถึง 29 นัด กับผลงานซัดไป 13 ประตู กับอีก 11 แอสซิสต์

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010 เขาได้รับการต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 3 ปี แถมผลงานในสนามก็พุ่งกระฉูดกับบทบาทกองหน้าที่ขนาบข้างด้วย ฟรองค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน 


โธมัส มุลเลอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลานั้นว่า หลุยส์ ฟาน กัล คือโค้ชอัจฉริยะที่ช่วยให้เขาเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นและพัฒนาในทุก ๆ วัน นับเป็นช่วงที่เจ้าตัวพีคสุด ๆ ในเส้นทางนักเตะอาชีพ


โธมัส มุลเลอร์ ถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันครั้งแรก


ด้วยผลงานที่ทำได้อย่างร้อนแรง เขาถูก โยอาคิม เลิฟ เรียกตัวติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 โดยสวมเสื้อหมายเลข13 ของ มิชาเอล บัลลัค ตำนานของทีมที่ตอนนั้นพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกจากปัญหาอาการบาดเจ็บ 


เพียงแค่เกมนัดเปิดสนามของรอบแบ่งกลุ่ม โธมัส มุลเลอร์ ก็จัดการยิงประตูแรกในนามทีมชาติทันที นัดที่ เยอรมัน ถล่มเอาชนะ ออสเตรเลีย 4-0 และหลังจากนั้นเขาก็ลงเล่นทุกเกมและมีส่วนพาทีมผ่านเข้ารอบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม


การแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย มุลเลอร์ ทำแอสซิสต์ได้ในเกมที่ถล่ม ทีมชาติอังกฤษ 4-1 ผ่านเข้ารอบไปพบกับ อาร์เจนติน่า ซึ่งเจ้าตัวก็ปลดล็อกประตูแรกให้ทีมได้ตั้งแต่นาทีที่ 3 สุดท้ายทีมถล่ม อาร์เจนติน่า 4-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ


อย่างไรก็ตามการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติสเปน โธมัส มุลเลอร์ หมดสิทธิ์ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบนเพราะสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ และสุดท้าย เยอรมัน ก็อกหักไม่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศ หลังแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-1 


ในเกมนัดชิงอันดับ3 โธมัส มุลเลอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง และซัดประตูเบิกร่อง ส่งให้ทีมเฉือนเอาชนะ ทีมชาติอุรุกวัย 3-2 คว้าอันดับ3 ในศึกฟุตบอลโลกไปครอง บทสรุปเจ้าตัวจัดการซัดไป 5 ประตู เท่ากับ ดาบิด บีย่า(สเปน), เวสลี่ย์ สไนเดอร์(เนเธอร์แลนด์) และ ดิเอโก ฟอร์ลัน(อุรุกวัย) แต่สุดท้ายรางวัลทองเท้าทองคำตกเป็นของ มุลเลอร์ จากจำนวนแอสซิสต์ที่มีถึง 3 ประตู


ซึ่งหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2010 แฟนบอลเยอรมัน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าทีมมี มุลเลอร์ อยู่ในรอบรองชนะเลิศ ป่านนี้ทีมชาติเยอรมัน ก็คงจะเข้าชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์โลกไปครองแล้ว


โธมัส มุลเลอร์ พาทีมชาติเบอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014


วันเวลาผ่านไป เข้าสู่ฟุตบอลโลก 2014 ทีมชาติเยอรมัน มาด้วยความกระหายแชมป์ พวกเขาเปิดหัวด้วยการไล่ถล่ม โปรตุเกส 4-0 ซึ่ง มุลเลอร์ ก็จัดการซัดแฮตทริก พร้อมคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ได้ตั้งแต่นัดแรก จากนั้นเขาก็มีส่วนกับทีมตลอดการแข่งขัน และมายิงประตูชัยในเกมที่ เยอรมัน เอาชนะ สหรัฐอเมริกัน 1-0 ตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ 


ทีมชาติเยอรมัน รักษาความคงเส้นคงวา จนสามารถผ่านทั้ง แอลจีเรีย ในรอบ 16 ทีมสดท้าย เชือดฝรั่งเศสในรอบ 8 ทีม และเข้าไปพบกับ บราซิล ชาติเจ้าภาพในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่สุดท้าย มุลเลอร์ จะกลับมามีซีนอีกครั้งด้วยการยิงประตูเบิกร่อง ส่งให้เยอรมัน ถล่มเจ้าภาพแบบไม่ไว้หน้าด้วยสกอร์ 7-1 


เกมนัดชิงชนะเลิศกับ อาร์เจนติน่า ต้องดวลเดือดกันถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 ก่อนที่ มาริโอ เกิทเซ่ จะมาซัดประตูชัย ส่งให้ทีมชาติเยอรมัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ และแน่นอนว่า มุลเลอร์ มีชื่อเป็นตัวเลือกกับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนต์ และได้รางวัลซิลเวอร์บูต รองดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ จากการที่ยิงไป 5 ประตู พ่วงด้วยการเป็น 1 ใน 11 นักเตะยอดเยี่ยมที่ติดทีม World Cup All-Star XI


นับเป็นช่วงเวลาที่ โธมัส มุลเลอร์ ประสบความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็เข้าขั้นนักเตะตำนานของเยอรมนี และกลายเป็นขวัญใจตลอดกาลของแฟนบอลบาเยิร์น มิวนิค ชนิดที่ไม่ว่าโค้ชคนใหม่ที่เข้ามาจะเป็นใคร นักเตะบิ๊กเนมจะย้ายเข้ามาสักกี่คน แต่ทีมต้องมีพื้นที่ว่างเอาไว้สำหรับเขาเสมอ 


โธมัส มุลเลอร์ เตรียมแยกทางกับ บาเยิร์น มิวนิค


"งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา" ประโยคคลาสสิกที่หยิบมาใช้ได้ทุกครั้งในวันอำลา ช่วงท้ายฤดูกาล 2024/25 เริ่มมีข่าวซุบซิบออกมาว่านี่จะเป็นซีซั่นสุดท้ายของ มุลเลอร์ กับสโมสร จนกระทั่ง บาเยิร์น มิวนิค ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ต่อสัญญากับเขา


แม้ว่า มุลเลอร์ จะออกมายอมรับว่าเขารู้สึกผิดหวังกับการที่สโมสรไม่แจ้งเขาก่อนที่จะรู้จากคนอื่น แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ในวัย 35 ปี มุลเลอร์ ยังไม่ยอมหันหลังให้กับอาชีพนักฟุตบอล แม้ว่าะโดนสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นเหมือนบ้านของเขาเลือกที่จะหันหลังให้ก่อน


ช่วงเวลาที่เหลือคือการนับถอยหลังแห่งวันอำลา ภาพจำสุดท้ายที่ อลิอันซ์ อารีน่า ตอนที่เขาโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม แฟนบอลยืนปรบมือทั้งสนาม เกมหยุดไปหลายนาทีชนิดที่คู่แข่งแม้จะมีสกอร์ตามหลังแต่ไม่มีใครเร่งการเปลี่ยนตัวครั้งนี้เลย


แม้แต่ผู้ตัดสินเองก็ยังปรบมือให้กับตำนานผู้นี้ เพื่อนร่วมทีมต่อแถวเพื่อเป็นการสดุดีตอนที่เขาก้าวออกจากสนาม มานูเอล นอยเออร์ กัปตันทีมให้เกียรติหยิบถาดแชมป์แล้วเดินเอาไปให้ มุลเลอร์ เป็นคนชูเพื่อฉลองชัยชนะ นับเป็นคำคืนที่เชื่อว่า โธมัส มุลเลอร์ จะจดจำไปตลอดชีวิต 


25 ปี กับสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ในยุคที่โลกฟุตบอลถูกคำว่าธุรกิจกลืนกินไปเต็มตัว คงไม่มีอีกแล้วกับนักเตะที่จะจงรักภักดีกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งได้นานขนาดนี้ 


ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งก็อดใจหายไม่ได้กับการอำลาของ โธมัส มุลเลอร์ จากนี้ก็ต้องรอติดตามว่าในช่วงบั้นปลายนักเตะอาชีพของเขา จะย้ายไปร่วมสโมสรไหนในอนาคต 


แต่ไม่ว่าสโมสรไหนจะได้เขาไปร่วมทีม มุลเลอร์ จะเป็นนักเตะที่เข้าไปเติบเต็ม อย่างน้อย ๆ ประสบการณ์ของเขาก็จะสอนเด็ก ๆ รุ่นหลังให้ดำเนินรอยตาม เพราะในโลกทุกวันนี้จะมีนักเตะสักกี่คนที่มีแต่ภาพจำดีดี ควรเอาเป็นแบบอย่างทั้งในและนอกสนาม

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ส่องประวัติ แฮร์รี่ เคน ในวันที่รู้จักคำว่าแชมป์


ลงเล่น 100 นัดให้ บาร์เซโลน่า ในวัย 17 ปี ประวัติ ลามีน ยามาล เด็กมหัศจรรย์คนใหม่


ย้อนประวัติเส้นทางลูกหนัง มาเธอุส คุนญ่า ดาวยิงเนื้อหอมของ วูล์ฟแฮมป์ตัน

ที่มาข้อมูล : wikipedia

ที่มารูปภาพ : AFP