
สรุปข่าว
วันนี้ (13 พ.ค.62) แฟนเพจเฟซบุ๊ก "นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า มะเร็ง... ชะตากรรมร่วมของสังคมไทย
ภาพนี้เราจะเห็นจุดสีขาวกระจายไปทั่วในทรวงอกและเนื้อปอดสีดำ ปกติปอดจะมีอากาศเป็นองค์ประกอบหลัก แสงเอ็กซเรย์ทะลุผ่านได้ไปกระทบแผ่นฟิล์มได้จึงเห็นเป็นสีดำ หากมีก้อนเนื้อหรือน้ำแสงเอ็กซเรย์จะทะลุทะลวงไปกระทบฟิล์มเอ็กซเรย์ได้น้อยกว่าจึงเห็นเป็นสีขาว ภาพนี้ชัดเจนว่า มีก้อนขาวๆ กลมๆ รีๆ กระจายทั่วปอดไปหมด นี่คือ มะเร็งระยะสุดท้ายที่กำลังลุกลาม
บางคนสูบบุหรี่กินเหล้ามาทั้งชีวิตแต่ไม่เป็นมะเร็ง บางคนดื่มทานไม่มากทำไมเป็นมะเร็ง ทำไม? นี่คือคำถามยอดฮิต
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ "ยีน" หรือสารพันธุกรรมในร่างกายเรา เราบางคนอาจมียีนที่มีรหัสหน้าที่แสดงออกให้เซลล์อวัยวะนั้นเติบโตเป็นมะเร็ง แต่บางคนไม่มียีนนี้ แต่ถึงแม้เราจะมียีนมะเร็งนั้น หากไม่ได้สารพิษหรือสารเคมีมากระตุ้น เราก็มีโอกาสเป็นมะเร็งน้อย แต่หากเรามียีนมะเร็งและแถมได้รับสารเคมีกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนาน โอกาสเป็นมะเร็งก็จะสูงขึ้นมาก

ความยากคือใครคือคนที่มียืนที่มีโอกาสเป็นมะเร็ง อันนี้มนุษย์กำลังศึกษาแผนที่ยีนเพื่อไขความลับของธรรมชาตินี้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในปัจจุบันจึงมีเพียงสองทางคือ หนึ่ง ดูแลรักษาชีวิตให้รับสารเคมีสารมลพิษให้น้อยที่สุด และ สอง รีบรักษาภาวะมะเร็งแต่เนิ่นๆ ซึ่งอาจจะพอรักษาหรือยืดอายุได้
มะเร็งนั้นกัดกินประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเราคงเดาได้ เพราะการจัดการมลพิษและสารก่อมะเร็งของเขานั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง ส่วนบ้านเราอย่าว่าแต่ตรวจเข้มสารมลพิษเลย ตรวจใบขับขี่ยังมีประเด็น
การป้องกันมะเร็งนั้นแน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของแต่ละที่ต้องดูแลตัวเอง แต่ระบบสังคมและนโยบายรัฐก็มีผลเกินครึ่ง อุตสาหกรรมที่สะอาดนั้นมีไหม เกษตรกรรมไร้เคมีสารพิษนั้นมีไหม อาหารที่ปลอดภัยนั้นมีไหม การจัดการขยะที่จริงจังนั้นมีไหม ระบบสาธารณสุขที่ประชาชนเข้าถึงไม่เหลื่อมล้ำนั้นมีไหม...ลำพังกินคลีนใช้ชีวิตคลีนคงยากที่จะเอาตัวรอดได้ ออมเงินมาทั้งชีวิต สุดท้ายอาจเอามาจ่ายหมอเพื่อรักษามะเร็ง
มีคนบอกว่า "ผมเป็นหมอ มีหน้าที่รักษาก็ทำหน้าที่รักษาไป เรื่องสังคมสิ่งแวดล้อม เดี๋ยวรัฐบาลเขาทำเอง ไปยุ่งทำไม" ที่ต้องยุ่งก็เพราะมะเร็งมันล้นทุกโรงพยาบาลแล้วครับ
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand