เปิดเส้นทาง “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” จากสนามเลือกตั้งสู่นักร้องเรียน ก่อนเตรียมฟ้อง รมว.ยุติธรรม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดเส้นทาง “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” จากสนามเลือกตั้งสู่นักร้องเรียน ก่อนเตรียมฟ้อง รมว.ยุติธรรม

ชื่อของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังเจ้าตัวประกาศเตรียมใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากกรณีการตอบโต้กันผ่านพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีถ้อยคำพาดพิงไปถึงประวัติครอบครัวของนายภัทรพงศ์

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เส้นทางของ “ทนายอั๋น” ถูกหยิบยกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ตั้งแต่การเข้าสู่สนามเลือกตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ จนถึงบทบาทการยื่นหนังสือและติดตามตรวจสอบประเด็นทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

สรุปข่าว

เปิดเส้นทาง “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ภัทรพงศ์ ศุภักษร จากผู้สมัคร สส.ปี 2562 สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนมีบทบาทยื่นเรื่องตรวจสอบประเด็นการเมืองหลายกรณี ล่าสุดประกาศเตรียมดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หลังเกิดวิวาทะและมีถ้อยคำพาดพิงครอบครัว

ชื่อของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังเจ้าตัวประกาศเตรียมใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากกรณีการตอบโต้กันผ่านพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีถ้อยคำพาดพิงไปถึงประวัติครอบครัวของนายภัทรพงศ์

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เส้นทางของ “ทนายอั๋น” ถูกหยิบยกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ตั้งแต่การเข้าสู่สนามเลือกตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ จนถึงบทบาทการยื่นหนังสือและติดตามตรวจสอบประเด็นทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

จากทนายความสู่สนามการเมืองบุรีรัมย์

นายภัทรพงศ์เคยเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ เขต 3 ในนามพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ต่อมาในปี 2563 เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งเช่นกัน

เส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่นยังดำเนินต่อในปี 2564 เมื่อเข้าสมัครชิงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนกอก อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยข้อมูลตามต้นฉบับระบุว่า นายภัทรพงศ์ได้รับ 284 คะแนน ขณะที่ผู้ชนะการเลือกตั้งได้รับ 2,142 คะแนน

หลังจากนั้น บทบาทของนายภัทรพงศ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะเปลี่ยนจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง มาเป็นการติดตามและยื่นเรื่องต่อหน่วยงานของรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น

เดินสายยื่นเรื่องตรวจสอบหลายประเด็น

ช่วงที่ผ่านมา นายภัทรพงศ์ปรากฏตัวผ่านสื่อจากการนำข้อมูลและข้อสงสัยไปยื่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงการทำงานของหน่วยงานรัฐและประเด็นทางการเมืองอื่น

การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เขามีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ตั้งคำถามต่อแนวทางการตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้ถ้อยคำเชิงเปรียบเปรยหรือถ้อยคำรุนแรงในการแสดงความคิดเห็นต่อบุคคลและองค์กร

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาใดที่นายภัทรพงศ์หรือบุคคลอื่นนำเสนอ ยังคงต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ไม่สามารถถือเป็นข้อยุติได้จากคำกล่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นายภัทรพงศ์เคยระบุถึงจุดยืนของตนว่าเป็นบุคคลสาธารณะ พร้อมรับการตรวจสอบ และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของตนไม่ได้อยู่ภายใต้พรรคหรือกลุ่มการเมืองใด

ส่วนภาพการพบปะหรือทำกิจกรรมร่วมกับนักการเมือง อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือบุคคลในแวดวงการเมืองที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์นั้น โดยตัวมันเองไม่สามารถใช้ยืนยันความสัมพันธ์ทางการเมืองหรือการทำงานร่วมกันได้ หากไม่มีข้อมูลอื่นประกอบ

จุดเริ่มวิวาทะกับ รมว.ยุติธรรม

ความขัดแย้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังนายภัทรพงศ์วิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานเกี่ยวกับ คดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเกิดการตอบโต้กับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ต่อมา พล.ต.ท.รุทธพลให้ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของนายภัทรพงศ์ โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครั้งรับราชการตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีการกล่าวถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับบิดาของนายภัทรพงศ์

ด้านนายภัทรพงศ์ออกมาชี้แจงในเวลาต่อมาว่า เพิ่งทราบว่า พล.ต.ท.รุทธพลเป็นตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมบิดาของตนในปี 2541 พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลทางคดีในอดีตในอีกมุมหนึ่ง

เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวที่แต่ละฝ่ายนำเสนอต่อสาธารณะมีรายละเอียดแตกต่างกัน การระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลคดีจำเป็นต้องตรวจสอบจากคำพิพากษาหรือเอกสารของกระบวนการยุติธรรมโดยตรง

เตรียมใช้สิทธิทางศาล

หลังการตอบโต้ นายภัทรพงศ์ประกาศว่าเตรียมดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาต่อ พล.ต.ท.รุทธพล จากถ้อยคำที่พาดพิงถึงตนและครอบครัว โดยระบุว่าจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

ขณะที่ประเด็นว่าถ้อยคำของฝ่ายใดเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาจากบริบท ข้อเท็จจริง เจตนา และพยานหลักฐานตามกฎหมาย หากมีการยื่นฟ้องต่อศาล

สำหรับนายภัทรพงศ์ แม้เจ้าตัวระบุว่าการถูกกล่าวถึงเรื่องครอบครัวส่งผลต่อความรู้สึก แต่ยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทำงานและติดตามตรวจสอบประเด็นสาธารณะต่อไป หลังได้รับกำลังใจจากผู้สนับสนุน

จากผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ในปี 2562 ผู้สมัครนายก อบจ.ในปี 2563 และผู้สมัครนายก อบต.ในปี 2564 จนถึงบทบาทนักร้องเรียนและผู้ติดตามประเด็นการเมืองในปัจจุบัน เส้นทางของ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” จึงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ท่ามกลางข้อพิพาทล่าสุดที่กำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ทนายอั๋นบุรีรัมย์
ภัทรพงศ์ศุภักษร
รุทธพลเนาวรัตน์
กระทรวงยุติธรรมการเมือง