“ว่านไฉ” เผยวินาทีติดตาม “ฮลุน โซโล่” เผยทุกข้อสงสัยการเสียชีวิต - สรุปครบประเด็นข่าวลือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ว่านไฉ” เผยวินาทีติดตาม “ฮลุน โซโล่” เผยทุกข้อสงสัยการเสียชีวิต - สรุปครบประเด็นข่าวลือ

"ว่านไฉ" เจ้าของเพจ อาสาพาไปหลง เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการเข้าช่วยเหลือครอบครัวของ "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวผ่านรายการโหนกระแส  โดยเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการค้นหา การประสานงานกับคนไทยในจอร์เจีย ตำรวจท้องถิ่น ไปจนถึงการเป็นผู้แจ้งข่าวร้ายให้ครอบครัว พร้อมย้ำว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

สรุปข่าว

ว่านไฉ อาสาพาไปหลง เปิดไทม์ไลน์ช่วยตามหา "ฮลุน โซโล่" ตั้งแต่ประสานตำรวจสากล คนไทยในจอร์เจีย จนทราบข่าวการพบร่าง พร้อมเผยข้อสงสัยของครอบครัวและย้ำว่ายังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

"ว่านไฉ" เจ้าของเพจ อาสาพาไปหลง เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการเข้าช่วยเหลือครอบครัวของ "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวผ่านรายการโหนกระแส  โดยเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการค้นหา การประสานงานกับคนไทยในจอร์เจีย ตำรวจท้องถิ่น ไปจนถึงการเป็นผู้แจ้งข่าวร้ายให้ครอบครัว พร้อมย้ำว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

เข้าช่วยเพราะเป็นคนทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวเหมือนกัน

ว่านไฉ เปิดเผยว่า หลังเห็นโพสต์ประกาศตามหาฮลุน จึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทันที เพราะทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีเครือข่ายไกด์ท้องถิ่นในประเทศจอร์เจียที่สามารถประสานงานและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลได้

หลังได้รับหนังสือเดินทางจาก "มอส" พี่ชายของฮลุน เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง พบว่าฮลุนเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม และไม่มีข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ จึงโพสต์ประกาศผ่านเพจ เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาให้อยู่ภายในประเทศจอร์เจีย

ประสานตำรวจสากล พร้อมพาญาติไปแจ้งความ

ว่านไฉ ระบุว่า ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านทัวร์ต่างประเทศว่า ควรรีบแจ้ง ตำรวจสากล (Interpol) เพื่อออก Yellow Notice สำหรับติดตามผู้สูญหาย รวมถึงใช้ข้อมูลในการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์และบัญชีโซเชียลมีเดีย

เนื่องจากครอบครัวของฮลุนส่วนใหญ่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่านไฉจึงอาสาพามารดาของมอส ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของฮลุน และอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ไปแจ้งความกับตำรวจสากลด้วยตนเอง เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ข่าวปลอมจำนวนมาก ทำให้การค้นหาสับสน

ระหว่างการติดตามตัว ครอบครัวได้รับทั้งเบาะแสและข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความสับสนในการตรวจสอบข้อมูล

กระทั่งว่านไฉพบข้อความจาก "คุณแยม" ซึ่งเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ จึงให้มอสช่วยประสานพูดคุย จนได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดี

จากนั้น กลุ่มคนไทยในจอร์เจีย ได้แก่ คุณอั้ม คุณทอม คุณแยม และคุณเบนซ์ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจ ขณะเดียวกัน ว่านไฉก็ส่งไกด์ท้องถิ่นของตนเองลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอีกทางหนึ่ง

ตำรวจจอร์เจียยืนยันพบร่างตั้งแต่ 14 กรกฎาคม

ว่านไฉ เปิดเผยว่า ตำรวจจอร์เจียยืนยันว่าพบร่างของฮลุนจริง โดยชื่อและนามสกุลตรงกับหนังสือเดินทาง

จากเอกสารที่ได้รับ ระบุว่าพบร่างตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี แม้ว่าจะมีรายงานข่าวบางส่วนระบุวันที่ 19 กรกฎาคมก็ตาม

เบื้องต้นตำรวจแจ้งว่า ไม่พบบาดแผลภายนอกหรือร่องรอยการถูกทำร้าย ลักษณะคล้ายผู้เสียชีวิตขณะนอนหลับ ก่อนนำร่างส่งไปเก็บรักษาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เลวาน ซัมคาร์อูลี เพื่อรอการชันสูตร

นอกจากนี้ ตำรวจยังแจ้งว่า การรับร่างผู้เสียชีวิตและทรัพย์สิน จะต้องให้ญาติทำหนังสือมอบอำนาจผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอนของกฎหมายจอร์เจีย

ว่านไฉเป็นผู้แจ้งข่าวร้ายให้ครอบครัว

หลังได้รับการยืนยันจากตำรวจจอร์เจีย ว่านไฉเป็นผู้โทรศัพท์แจ้งข่าวการเสียชีวิตให้ "มอส" พี่ชายของฮลุนทราบด้วยตนเอง

เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด เพราะคุณยายของฮลุนยังไม่เชื่อว่าหลานชายเสียชีวิตจริง และครอบครัวต่างอยู่ในอาการเสียใจอย่างหนัก

ครอบครัวตั้งข้อสงสัย ทำไมไม่มีการแจ้งตั้งแต่พบร่าง

หนึ่งในประเด็นที่ครอบครัวยังคาใจ คือ หากตำรวจพบร่างพร้อมหนังสือเดินทางตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งมายังสถานทูตไทยหรือครอบครัว ปล่อยให้เวลาผ่านไปกว่าสองสัปดาห์

ด้าน รศ.นพ.สุรศักดิ์ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นไปได้ 2 กรณี คือ เจ้าหน้าที่อาจยังไม่ได้ประสานสถานทูต หรืออาจมีการประสานแล้วแต่เกิดความล่าช้าในระบบ ซึ่งเป็นเพียงการวิเคราะห์ตามหลักนิติเวชและกระบวนการทำงาน ไม่ใช่ข้อสรุปของคดี

ไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

ว่านไฉและครอบครัวยังชี้แจงหลายประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ได้แก่

- กรณีฮลุนเคยบอกในคลิปว่าลืม "อุปกรณ์ทางการแพทย์" ไว้ที่ไทย ครอบครัวยืนยันว่าเป็นเพียง อุปกรณ์จัดฟันใส ยาพาราเซตามอล และยาแก้ท้องเสีย (ผงถ่าน) ไม่ใช่ยารักษาโรคหอบหืด

- รศ.นพ.สุรศักดิ์ ระบุว่า หากเสียชีวิตจากโรคหอบหืดจริง โดยทั่วไปแพทย์มักพบหลอดยาพ่นหรืออุปกรณ์รักษาอยู่ใกล้ตัวผู้เสียชีวิต

- ประเด็นการสูดก๊าซกำมะถันจากแหล่งน้ำพุร้อน ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะหากเป็นพิษจากก๊าซรุนแรง มักเกิดในพื้นที่ปิด ไม่ใช่กลับมาเสียชีวิตภายหลังที่โรงแรม

- ส่วนข้อสงสัยเรื่องก๊าซจากเครื่องทำความร้อนรั่ว ว่านไฉให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาดังกล่าวกรุงทบิลิซีเป็นฤดูร้อน จึงไม่น่ามีการใช้งานฮีตเตอร์แบบก๊าซ

มาตรา 115 ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

สำหรับกรณีที่มีการรายงานว่า ทางการจอร์เจียสอบสวนภายใต้มาตรา 115 นั้น รศ.นพ.สุรศักดิ์ อธิบายว่า เป็นเพียงกรอบทางกฎหมายสำหรับคดีที่พบผู้เสียชีวิตโดยไม่ปรากฏบาดแผล เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ไม่ได้หมายความว่าทางการสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

อาจตรวจเพิ่มเติมเมื่อร่างกลับถึงไทย

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ระบุว่า เมื่อร่างของฮลุนถูกส่งกลับประเทศไทย หน่วยงานนิติเวชของไทยสามารถประสานข้อมูลกับทางการจอร์เจีย เพื่อขอรายละเอียดการชันสูตร และหากครอบครัวมีข้อสงสัย ก็สามารถร้องขอให้ตรวจหาสารหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ สาเหตุการเสียชีวิตของ "ฮลุน โซโล่" ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของทางการจอร์เจีย และยังไม่มีการยืนยันผลอย่างเป็นทางการ จึงต้องรอผลชันสูตรและผลการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มาข้อมูล : โหนกระแส

ที่มารูปภาพ : โหนกระแส

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย