
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ สำหรับ “แอลลี่ อลิชา” หรือเจ้าของช่อง TikTok alyshass ครูติวเตอร์และนักธุรกิจสาว หลังโพสต์คลิประบุสเปกความรักว่า ไม่คุยกับผู้ชายที่มีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน โดยให้เหตุผลว่าเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่ารายได้ของเธอหลายเท่า และมองว่ารายได้สะท้อนถึงความสามารถในการใช้ชีวิตที่อาจไม่ตรงกัน
หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีทั้งผู้ที่ตั้งคำถามถึงแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์และรายได้ รวมถึงบางส่วนที่นำไปสู่การวิจารณ์ตัวตนและรูปลักษณ์ของเธอ จนกลายเป็นกระแสดราม่าบนโซเชียลมีเดีย
สรุปข่าว
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ สำหรับ “แอลลี่ อลิชา” หรือเจ้าของช่อง TikTok alyshass ครูติวเตอร์และนักธุรกิจสาว หลังโพสต์คลิประบุสเปกความรักว่า ไม่คุยกับผู้ชายที่มีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน โดยให้เหตุผลว่าเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่ารายได้ของเธอหลายเท่า และมองว่ารายได้สะท้อนถึงความสามารถในการใช้ชีวิตที่อาจไม่ตรงกัน
หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีทั้งผู้ที่ตั้งคำถามถึงแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์และรายได้ รวมถึงบางส่วนที่นำไปสู่การวิจารณ์ตัวตนและรูปลักษณ์ของเธอ จนกลายเป็นกระแสดราม่าบนโซเชียลมีเดีย
แอลลี่ อลิชา คือใคร?
“แอลลี่ อลิชา” เป็นครูติวเตอร์ นักธุรกิจสาว และครีเอเตอร์ออนไลน์ เจ้าของช่อง TikTok alyshass ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียน การพัฒนาตัวเอง ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การทำงาน เธอเป็นที่รู้จักจากการทำคอนเทนต์ด้านการศึกษาและการสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยมีผู้ติดตามจำนวนมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์
จากชื่อ “โชติมณี” สู่ “แอลลี่ อลิชา”
หนึ่งในประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสงสัยคือเรื่องชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน โดยแอลลี่ชี้แจงว่า ชื่อ “แอลลี่” ไม่ใช่ชื่อที่ใช้มาตั้งแต่เกิด
เธอเปิดเผยว่า เดิมชื่อ “โชติมณี” ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่เมื่อปี 2562 หรือประมาณ 7-8 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
เหตุผลของการเปลี่ยนชื่อมาจากปัญหาการออกเสียงและการเขียนภาษาอังกฤษ เนื่องจากชื่อเดิมมีตัวอักษรค่อนข้างยาวและมักถูกอ่านผิด รวมถึงช่วงเวลานั้นเธอมีแฟนชาวต่างชาติที่ออกเสียงชื่อภาษาไทยได้ยาก
แอลลี่ระบุว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นเรื่องปกติในครอบครัว โดยคุณพ่อของเธอเคยเปลี่ยนชื่อจริงมาแล้วหลายครั้ง และเธอใช้ชื่อ “อลิชา” มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
ประวัติการศึกษา ไม่ได้เรียนอินเตอร์ และเคยเรียนทันตแพทย์
แอลลี่ชี้แจงว่า เธอไม่เคยระบุว่าตัวเองเรียนโรงเรียนนานาชาติ โดยประวัติการศึกษาคือ
- ระดับประถมศึกษา เรียนหลักสูตรสองภาษา (Bilingual) ที่โรงเรียนแย้มสอาด
- ระดับมัธยมศึกษา เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ (EP) ที่โรงเรียนสายปัญญารังสิต
ส่วนระดับมหาวิทยาลัย เธอสอบติด คณะทันตแพทยศาสตร์ และเข้าเรียนจริง แต่ตัดสินใจลาออกในช่วงปี 5 ก่อนเรียนครบหลักสูตร 6 ปี
เธอยืนยันว่าไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็น “หมอ” และเคยเปิดเผยเรื่องการลาออกจากคณะทันตแพทยศาสตร์ผ่านช่องทางออนไลน์มาโดยตลอด
สำหรับวุฒิการศึกษาที่ได้รับหลังลาออก เธอระบุว่าเป็น ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต จากคณะทันตแพทยศาสตร์ ไม่ใช่วุฒิทันตแพทยศาสตรบัณฑิต เนื่องจากไม่ได้เรียนครบหลักสูตร
แจงปมคอนโดเดือนละ 15,000 บาท
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงคือเรื่องที่พักอาศัย โดยมีการนำข้อมูลเก่าที่เธอเคยเปิดเผยเรื่องการเช่าคอนโดราคาประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนมาวิพากษ์วิจารณ์
แอลลี่ชี้แจงว่า ช่วงแรกหลังลาออกจากมหาวิทยาลัยและย้ายเข้ากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ เธอเคยอยู่คอนโดในราคาดังกล่าวจริง แต่ปัจจุบันไม่ได้พักที่เดิมมานานแล้ว
เธอเปิดเผยว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีการย้ายคอนโดหลายครั้ง เพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะกับการทำงานและถ่ายคอนเทนต์ ปัจจุบันเช่าที่พักย่านทองหล่อ รวมถึงมีอีกแห่งใกล้สถานที่สอนพิเศษ เพื่อรองรับตารางงาน
ชี้แจงเรื่องธุรกิจและงานด้านการเงิน
แอลลี่ระบุว่า ไม่เคยบอกว่าเปิดบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมูลค่า 10 ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา
เธอเคยทำงานเป็น ที่ปรึกษาทางการเงิน กับบริษัทแห่งหนึ่งประมาณ 6 เดือน ก่อนตัดสินใจลาออก เพื่อกลับมาจัดการธุรกิจส่วนตัวและพัฒนาสถาบันออนไลน์ของตัวเอง
ส่วนบริษัทที่ถูกนำข้อมูลมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์นั้น เธอชี้แจงว่า เคยเกี่ยวข้องในช่วงหนึ่ง โดยเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว และเธอเคยถูกแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทเพื่อใช้ดำเนินการด้านเอกสารในการนำสินค้าเสื้อผ้าเข้าห้างสรรพสินค้า
อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวมาหลายปีแล้ว และระบุว่าปัจจุบันมีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับเอกสารและการเปลี่ยนแปลงหุ้น ซึ่งอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย
แจงธุรกิจเสื้อผ้า ไม่ได้เปิด 14 สาขาเอง
สำหรับกระแสข่าวเรื่องธุรกิจเสื้อผ้า 14 สาขา แอลลี่ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการเปิดร้านของตัวเองทั้งหมด
รูปแบบธุรกิจเป็นการนำสินค้าไปวางขายผ่านร้านมัลติแบรนด์ในห้างสรรพสินค้า โดยร้านค้าจะหักเปอร์เซ็นต์และจ่ายเงินตามรอบ
เธอระบุว่า ในช่วงทำธุรกิจเสื้อผ้า มีน้องสาวช่วยดูแล และจ้างคนแพ็กสินค้าเพียง 1 คน โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายชิ้น ไม่ได้มีพนักงานประจำจำนวนมากตามที่บางกระแสกล่าวถึง
แอลลี่เตือนอย่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย
ช่วงท้ายของการชี้แจง แอลลี่ระบุว่า สามารถยอมรับได้หากมีคนไม่ชอบหรือวิจารณ์ความคิดเห็นส่วนตัว แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมาเผยแพร่จนกระทบต่อชื่อเสียงและการทำงาน
เธอเปิดเผยว่ากำลังรวบรวมข้อมูลและรายงานเรื่องดังกล่าว รวมถึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยเตือนว่าการใช้บัญชีอวตารบนโลกออนไลน์สามารถตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address ได้
สรุปดราม่า “แอลลี่ อลิชา”
ดราม่าของ “แอลลี่ อลิชา” เริ่มต้นจากความคิดเห็นเรื่องสเปกความรักและรายได้ขั้นต่ำของคู่รัก ก่อนขยายไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ทั้งชื่อ การศึกษา ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวออกมาชี้แจงว่า หลายประเด็นเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่าประวัติและเส้นทางชีวิตหลายส่วนเคยเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านช่องทางออนไลน์มาโดยตลอด
- อาชีพทำเงิน! ยุคทอง "อินฟลูเอนเซอร์" โกยรายได้โฆษณาพุ่ง รัฐบาลเร่งผลักดัน คอนเทนต์ไทย สู่ Soft Power ระดับโลก
- "คอนเทนต์" ไร้ขอบเขต อินฟลูฯ เป็นพิษ หรือโลกออนไลน์เสพติดดราม่า?
- ปลุกอารมณ์-ข่าวปลอม อินฟลูเอนเซอร์ในห้วงความขัดแย้ง เกิดขึ้นได้อย่างไร ควรมีกฎหมายกำกับหรือไม่ ?
- กันจอมพลัง เปิดปมร้อน! อินฟลูฯดังถูกหลอกสูญกว่า20ล้าน เซียนหรั่ง โจโฉ สไปรท์SPD โดนหมด
- บทเรียนอินฟลูฯ สาวอเมริกันฉกลูก “วอมแบต” จนแม่วิ่งตาม กลายเป็นดราม่าระดับโลก
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
