น้ำป่าห้วยขาแข้งทะลักท่วมอุทัยธานี เตือนใต้ฝนหนัก 8-9 พ.ย.

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำป่าห้วยขาแข้งทะลักท่วมอุทัยธานี เตือนใต้ฝนหนัก 8-9 พ.ย.

สถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานี หลังฝนตกสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง ส่งผลให้มวลน้ำป่าจำนวนมากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำทับเสลา จนมีน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้นและเข้าท่วมชุมชนในอำเภอหนองฉางอย่างรวดเร็ว บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับผลกระทบ ขณะที่พื้นที่นาข้าวใกล้เก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วมเสียหายหลายร้อยไร่ ชาวบ้านบางส่วนระบุว่าเป็นเหตุการณ์น้ำหลากรุนแรงที่สุดในรอบ 30-40 ปี

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ฉบับที่ 15 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายจังหวัด เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะพื้นที่ฝนฟ้าคะนองที่อาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

น้ำป่าห้วยขาแข้งไหลล้นอ่างทับเสลา กระทบชุมชนอุทัยธานี

ฝนที่ตกหนักสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ทำให้ปริมาณน้ำป่าไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ในตำบลระบำ อำเภอลานสัก จนปริมาณน้ำสูงเกินระดับกักเก็บและไหลล้นผ่านทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ ลงสู่คลองทับเสลา

ประกอบกับฝนที่ตกหนักในพื้นที่ท้ายอ่าง ส่งผลให้ลำคลองสาขามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในอำเภอหนองฉางอย่างน้อย 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองสรวงและตำบลหนองฉาง

บริเวณคลองหน้าวัดหนองขุนชาติ ตำบลหนองสรวง กระแสน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนเกือบ 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร

นายสนิท หัดแสดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยประชาชนส่วนใหญ่สามารถขนย้ายทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงได้ทัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษและแมลงที่อาจหนีน้ำเข้ามาภายในบ้านเรือน

สรุปข่าว

น้ำป่าห้วยขาแข้งไหลล้นอ่างเก็บน้ำทับเสลา เข้าท่วม 2 ตำบลในอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี บ้านเรือนเกือบ 40 หลังได้รับผลกระทบ นาข้าวหลายร้อยไร่จมน้ำ ชาวบ้านระบุรุนแรงสุดในรอบ 30-40 ปี ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 พฤศจิกายน 2569

สถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานี หลังฝนตกสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง ส่งผลให้มวลน้ำป่าจำนวนมากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำทับเสลา จนมีน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้นและเข้าท่วมชุมชนในอำเภอหนองฉางอย่างรวดเร็ว บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับผลกระทบ ขณะที่พื้นที่นาข้าวใกล้เก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วมเสียหายหลายร้อยไร่ ชาวบ้านบางส่วนระบุว่าเป็นเหตุการณ์น้ำหลากรุนแรงที่สุดในรอบ 30-40 ปี

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ฉบับที่ 15 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายจังหวัด เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะพื้นที่ฝนฟ้าคะนองที่อาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

น้ำป่าห้วยขาแข้งไหลล้นอ่างทับเสลา กระทบชุมชนอุทัยธานี

ฝนที่ตกหนักสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ทำให้ปริมาณน้ำป่าไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ในตำบลระบำ อำเภอลานสัก จนปริมาณน้ำสูงเกินระดับกักเก็บและไหลล้นผ่านทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ ลงสู่คลองทับเสลา

ประกอบกับฝนที่ตกหนักในพื้นที่ท้ายอ่าง ส่งผลให้ลำคลองสาขามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในอำเภอหนองฉางอย่างน้อย 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองสรวงและตำบลหนองฉาง

บริเวณคลองหน้าวัดหนองขุนชาติ ตำบลหนองสรวง กระแสน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนเกือบ 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร

นายสนิท หัดแสดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยประชาชนส่วนใหญ่สามารถขนย้ายทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงได้ทัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษและแมลงที่อาจหนีน้ำเข้ามาภายในบ้านเรือน

ฝายตาทุมพัง น้ำทะลักท่วมบ้านหนองแบนกลางดึก

อีกจุดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ในตำบลหนองฉาง หลังคันฝายตาทุมไม่สามารถต้านทานแรงกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้ ประกอบกับมีเศษขยะสะสมกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้กระแสน้ำกัดเซาะคันคลองและหัวฝายจนพังเสียหาย

มวลน้ำจำนวนมากไหลทะลักเข้าท่วมบ้านหนองแบน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทัน มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมเพิ่มอีกเกือบ 20 หลังคาเรือน

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้คาดการณ์ว่าจะเกิดน้ำท่วมรุนแรง เนื่องจากเชื่อว่าคันฝายจะสามารถรับปริมาณน้ำได้ แต่เมื่อฝายพังเสียหาย กระแสน้ำจึงไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนอย่างรวดเร็ว โดยบางรายระบุว่าไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงในลักษณะนี้มาก่อน และถือเป็นน้ำหลากครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30-40 ปี

นอกจากบ้านเรือนประชาชนแล้ว มวลน้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้นาข้าวที่กำลังสุกและเตรียมเก็บเกี่ยวหลายร้อยไร่จมอยู่ใต้น้ำ สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในพื้นที่

สำหรับมาตรการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานการอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งเตรียมนำรถแบ็กโฮเข้าดำเนินการเปิดทางน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำไปยังคลองอีกฝั่งหนึ่ง และช่วยลดระดับน้ำท่วมขังในชุมชน

เกาะสมุยฝนตกหนัก น้ำท่วมถนน เรือเล็กหลบคลื่นลมแรง

ส่วนสถานการณ์ในภาคใต้ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เผชิญสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกหนักเป็นระยะสลับกับช่วงที่ฝนหยุด พร้อมลมกระโชกแรง ส่งผลให้ระบบระบายน้ำบางจุดไม่สามารถรองรับปริมาณฝนได้ทัน เกิดน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนและส่งผลกระทบต่อการสัญจร

พื้นที่ชุมชนบริเวณเชิงเขาและที่ลุ่มยังได้รับผลกระทบจากน้ำฝนที่ไหลลงมาจากพื้นที่สูง โดยพบกระแสน้ำสีขุ่นไหลหลากผ่านชุมชน ทำให้ประชาชนต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ขณะที่บริเวณร่องน้ำบ้านปลายแหลม ตำบลบ่อผุด ผู้ประกอบการเรือสปีดโบตและชาวประมงนำเรือขนาดเล็กจำนวนมากเข้ามาจอดหลบคลื่นลมแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากสภาพอากาศในทะเล

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในอ่าวไทยและทะเลอันดามันอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือตรวจสอบสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว

กรมอุตุฯ เตือน 8 พ.ย. ภาคใต้เสี่ยงฝนตกหนักมาก 3 จังหวัด

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 15 สภาพอากาศในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังดังนี้

  • พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมาก 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี
  • พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนบริเวณลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้

9 พ.ย. ฝนหนักมากขยายเป็น 6 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพื้นที่ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่เสี่ยงฝนตกหนักมากเพิ่มขึ้นเป็น 6 จังหวัด

  • พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมาก 6 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
  • พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 10 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนประเทศไทยตอนบน หลังวันที่ 9 พฤศจิกายน มีแนวโน้มฝนลดลง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลาง

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์