จับตา 'ซูเปอร์ไต้ฝุ่นอินฟา' จ่อถล่มญี่ปุ่น ลมแรง 234 กม./ชม. ยันไร้ผลกระทบตรงถึงไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา 'ซูเปอร์ไต้ฝุ่นอินฟา' จ่อถล่มญี่ปุ่น ลมแรง 234 กม./ชม. ยันไร้ผลกระทบตรงถึงไทย


ญี่ปุ่นจับตาไต้ฝุ่นอินฟา คาดลมแรงสูงสุด 234 กม./ชม.

ญี่ปุ่นเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ หลังเพิ่งเผชิญผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปี ซึ่งเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ไปแล้ว โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ไต้ฝุ่นอินฟา (In-fa) ซึ่งเป็นพายุหมายเลข 31 ของปี 2569 และมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นจนเข้าใกล้ระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่นในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

ตามรายงานสถานการณ์วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ไต้ฝุ่นอินฟาก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ไปทางทิศเหนือบริเวณใกล้หมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การคาดการณ์ระบุว่า ภายในวันที่ 29 ตุลาคม พายุอาจเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก มุ่งหน้าสู่บริเวณทะเลใกล้เกาะมินามิโทริชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของญี่ปุ่น โดยคาดว่าความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอาจเพิ่มขึ้นถึง 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเข้าใกล้ระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่น

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจึงติดตามเส้นทางและความรุนแรงของพายุอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงและออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศรุนแรง

ไต้ฝุ่นจำปีสร้างความเสียหาย ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ก่อนเคลื่อนตัวออก

ก่อนหน้านี้ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปีได้สร้างความเสียหายต่อหลายพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะไต้หวัน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 600 คน ขณะที่บ้านเรือนเกือบ 200,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ

ส่วนประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจังหวัดโอกินาวา เผชิญฝนตกหนักและกระแสลมรุนแรง ส่งผลให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงกระทบต่อระบบขนส่งทางอากาศ โดยมีเที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 1,000 เที่ยวบิน

ล่าสุด พายุจำปีได้เคลื่อนตัวออกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์ไต้ฝุ่นอินฟา ซึ่งอาจเป็นพายุรุนแรงอีกลูกที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงปลายเดือนตุลาคม


 

สรุปข่าว

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังไต้ฝุ่นอินฟา หมายเลข 31 ของปี คาดทวีกำลังเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น 29 ต.ค. ด้วยความเร็วลมสูงสุด 234 กม./ชม. หลังไต้ฝุ่นจำปีสร้างความเสียหายในไต้หวันและญี่ปุ่น ขณะที่ยุโรปเผชิญพายุรุนแรง กระทบไฟฟ้าและการเดินทาง ส่วนมอสโกมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย


ญี่ปุ่นจับตาไต้ฝุ่นอินฟา คาดลมแรงสูงสุด 234 กม./ชม.

ญี่ปุ่นเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ หลังเพิ่งเผชิญผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปี ซึ่งเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ไปแล้ว โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ไต้ฝุ่นอินฟา (In-fa) ซึ่งเป็นพายุหมายเลข 31 ของปี 2569 และมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นจนเข้าใกล้ระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่นในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

ตามรายงานสถานการณ์วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ไต้ฝุ่นอินฟาก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ไปทางทิศเหนือบริเวณใกล้หมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การคาดการณ์ระบุว่า ภายในวันที่ 29 ตุลาคม พายุอาจเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก มุ่งหน้าสู่บริเวณทะเลใกล้เกาะมินามิโทริชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของญี่ปุ่น โดยคาดว่าความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอาจเพิ่มขึ้นถึง 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเข้าใกล้ระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่น

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจึงติดตามเส้นทางและความรุนแรงของพายุอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงและออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศรุนแรง

ไต้ฝุ่นจำปีสร้างความเสียหาย ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ก่อนเคลื่อนตัวออก

ก่อนหน้านี้ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปีได้สร้างความเสียหายต่อหลายพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะไต้หวัน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 600 คน ขณะที่บ้านเรือนเกือบ 200,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ

ส่วนประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจังหวัดโอกินาวา เผชิญฝนตกหนักและกระแสลมรุนแรง ส่งผลให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงกระทบต่อระบบขนส่งทางอากาศ โดยมีเที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 1,000 เที่ยวบิน

ล่าสุด พายุจำปีได้เคลื่อนตัวออกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์ไต้ฝุ่นอินฟา ซึ่งอาจเป็นพายุรุนแรงอีกลูกที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงปลายเดือนตุลาคม


 

ยุโรปเผชิญพายุ 2 ลูก กระทบระบบไฟฟ้าและการเดินทาง

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญสภาพอากาศรุนแรงจากอิทธิพลของพายุ 2 ลูก ได้แก่ พายุโบโล และพายุออสเน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งของสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ รวมถึงบางส่วนของยุโรปตะวันตก

รายงานจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า พายุที่พัดผ่านไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น ขณะที่ประชาชนมากกว่า 90,000 ครัวเรือนประสบปัญหาไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะพื้นที่สกอตแลนด์

ส่วนไอร์แลนด์เผชิญน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นทะเลสูง ส่งผลให้บริการรถไฟหลายเส้นทางต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ขณะที่เรือเฟอร์รี่บางเส้นทางไม่สามารถออกจากท่าเรือได้ตามกำหนด เนื่องจากสภาพทะเลไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักรออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่สกอตแลนด์และอังกฤษ พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ฝรั่งเศส-เยอรมนีไฟฟ้าดับกว่า 70,000 หลัง เที่ยวบินกระทบหลายร้อยเที่ยว

สำหรับฝรั่งเศสและเยอรมนี รายงานระบุว่า อิทธิพลของพายุออสเนส่งผลให้บ้านเรือนมากกว่า 70,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคนจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศรุนแรง

นอกจากนี้ ระบบขนส่งทางอากาศในยุโรปเหนือยังได้รับผลกระทบ โดยมีเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวถูกยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์ลมแรง คลื่นสูง และฝนตกหนัก โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและการดูแลความปลอดภัยของระบบคมนาคม

มอสโกอากาศอุ่นผิดฤดูกาล อุณหภูมิแตะ 15 องศาเซลเซียส

อีกหนึ่งสถานการณ์สภาพอากาศที่น่าสนใจเกิดขึ้นในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งกำลังเผชิญอุณหภูมิช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลอย่างชัดเจน

รายงานระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อุณหภูมิกรุงมอสโกเพิ่มขึ้นถึง 15 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันที่อยู่ประมาณ 8 องศาเซลเซียส หรือแตกต่างกันถึง 7 องศาเซลเซียส

สภาพอากาศที่อบอุ่นและมีแสงแดดจัดต่อเนื่อง ทำให้กรุงมอสโกมีช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสียาวนานกว่าปกติ ทั้งที่โดยทั่วไปช่วงปลายเดือนตุลาคมอาจเริ่มมีหิมะแรกของฤดูกาลตกลงมาแล้ว

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีการจับตาว่า เดือนตุลาคม 2569 อาจเป็นหนึ่งในเดือนตุลาคมที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลสภาพอากาศในกรุงมอสโก อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อมูลสรุปอุณหภูมิอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นสุดเดือน

จับตาสภาพอากาศโลกช่วงปลายตุลาคม

สถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิกและยุโรป รวมถึงอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรัสเซีย เป็นประเด็นสภาพอากาศสำคัญที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาแต่ละประเทศกำลังติดตาม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงความรุนแรงและเส้นทางของพายุที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและการเดินทางระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลเส้นทางไต้ฝุ่นอินฟาที่รายงานในขณะนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ทั้งนี้ ควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไทยและสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เพื่อรับทราบข้อมูลเส้นทางพายุที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ