นายกฯ เปิดปฎิบัติการปราบนอมินี มอบ 3 แนวทางสั่งตรวจเข้ม-ปิดช่องโหว่กม.

เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี
ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายที่ดิน และตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” เดินหน้าขับเคลื่อน “ปฏิบัติการ LAND ACTION” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ กรมที่ดิน กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เข้าร่วมแถลงข่าว อย่างพร้อมเพรียง
โดยมีการถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเร้น ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบปฏิบัติการในครั้งนี้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
สรุปข่าว
เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี
ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายที่ดิน และตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” เดินหน้าขับเคลื่อน “ปฏิบัติการ LAND ACTION” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ กรมที่ดิน กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เข้าร่วมแถลงข่าว อย่างพร้อมเพรียง
โดยมีการถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเร้น ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบปฏิบัติการในครั้งนี้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายหลังกรมที่ดินตรวจพบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว 1,397 ราย ถือครองที่ดิน 2,360 แปลง มูลค่ารวม 14,010 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายต้องดำเนินการบังคับจำหน่ายตามกฎหมาย พร้อมเร่งดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องบังคับจำหน่ายที่ดินหรือตรวจสอบเชิงลึก รวม 13,088 ราย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปฏิบัติการปราบปรามนอมินี ครั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันจะให้การสนับสนุนนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่
1. เร่งตรวจสอบนอมินีให้ได้ข้อยุติ โดยมอบหมายให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน หากพบเบาะแสหรือการกระทำผิด ให้ส่งต่อข้อมูลและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้การตรวจสอบแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
หากพบการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาเพิกถอนสิทธิที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติใช้กลไกนอมินีเข้ามาแสวงหาประโยชน์หรือเอาเปรียบคนไทย
2. บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดแล้ว ต้องติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนมือหรือโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่นมาเป็นนอมินีแทน
3. ปิดช่องโหว่และป้องกันการเกิดนอมินีรายใหม่ โดยปรับปรุงระบบการตรวจสอบและวางมาตรการป้องกันในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดในลักษณะเดิมซ้ำอีก
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและเคารพกฎหมายไทย พร้อมย้ำแนวทางการทำงานว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์เป็นรายกรณี
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า แม้ผู้กระทำผิดจะมีอิทธิพลเพียงใด ก็ไม่มีอิทธิพลใดอยู่เหนือรัฐบาลไทยที่ดำเนินการภายใต้กฎหมาย พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมของใคร เพราะรัฐบาลมีความชัดเจนในการปราบปรามผู้กระทำผิดและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
ด้านนายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า กรมที่ดินได้ยกระดับมาตรการป้องกันและตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ภายใต้ “ปฏิบัติการ LAND ACTION” กำหนดให้สำนักงานที่ดินทุกแห่งตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินในพื้นที่ ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง 4 ประเภท ได้แก่
นิติบุคคลที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าวเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นิติบุคคลที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลายทอด นิติบุคคลที่มีการถือหุ้นทางอ้อมของคนต่างด้าวเกินเกณฑ์ และนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าคนต่างด้าวเป็นผู้ควบคุมหรือได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินทั่วประเทศ 157,659 ราย พบกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น 14,151 ราย แบ่งเป็น
กลุ่มหุ้นต่างด้าวเกินเกณฑ์ 2,197 ราย และกลุ่มที่มีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว 11,954 ราย ต่อมาได้ประสานตรวจสอบข้อมูลกับ BOI พบว่าเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,063 ราย
เมื่อคัดแยกตามข้อมูลที่ได้รับ จึงคงเหลือกลุ่มเป้าหมายรวม 13,088 ราย ประกอบด้วยกลุ่มที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายในการบังคับจำหน่ายที่ดิน 1,550 ราย และกลุ่มที่ต้องตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง 11,538 ราย
ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา
กรมที่ดินตรวจพบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว 1,397 ราย ถือครองที่ดินรวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ 1 งาน 10.8 ตารางวา มูลค่ารวม 14,010 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายต้องดำเนินการบังคับจำหน่ายตามกฎหมาย โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการตรวจพบและมูลค่าที่ดินที่เกี่ยวข้อง มิใช่ยอดที่ดินที่จำหน่ายแล้วหรือเงินที่รัฐได้รับ
กรมที่ดินจะให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์ในที่ดิน และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง ก่อนเสนอคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีระดับจังหวัดพิจารณา หากพบการถือครองที่ดินโดยมิชอบ จะดำเนินการบังคับจำหน่ายตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
รวมถึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในกรณีที่พบการกระทำความผิด พร้อมติดตามผลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การอยู่ในบัญชีกลุ่มเสี่ยงเป็นการคัดกรองเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ยังมิใช่ข้อวินิจฉัยว่ากระทำผิด
รัฐบาลยืนยันว่า การดำเนินงานครั้งนี้มิได้ปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่มุ่งให้การถือครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นไปตามกฎหมายอย่างเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม โดยตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขของผู้ได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี ควบคู่กับการคุ้มครองประชาชนและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวต่อสำนักงานที่ดินในพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
