สทนช. เตือน 11-13 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช. เตือน 11-13 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. โดยหลายพื้นที่ยังต้องติดตามฝนตกหนัก ขณะที่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 55,877 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 31,756 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56%

เปิดพื้นที่ฝนสูงสุดรายภาค

ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดพบว่า ภาคตะวันตกมีฝนสูงสุดที่ จ.ราชบุรี 132 มิลลิเมตร รองลงมาคือภาคใต้ จ.พัทลุง 115 มิลลิเมตร ภาคเหนือ จ.พะเยา 77 มิลลิเมตร ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 59 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี 54 มิลลิเมตร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา 26 มิลลิเมตร

สภาพอากาศวันที่ 12 กันยายน ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง

ปัจจัยสำคัญมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สรุปข่าว

สทนช. รายงาน 12 ก.ย. 2569 น้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศ 55,877 ล้าน ลบ.ม. หรือ 69% น้ำใช้การ 56% ขณะที่ภาคใต้มีฝนเพิ่มและอาจมีฝนหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่งหลายจังหวัดถึง 13 ก.ย.

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. โดยหลายพื้นที่ยังต้องติดตามฝนตกหนัก ขณะที่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 55,877 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 31,756 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56%

เปิดพื้นที่ฝนสูงสุดรายภาค

ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดพบว่า ภาคตะวันตกมีฝนสูงสุดที่ จ.ราชบุรี 132 มิลลิเมตร รองลงมาคือภาคใต้ จ.พัทลุง 115 มิลลิเมตร ภาคเหนือ จ.พะเยา 77 มิลลิเมตร ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 59 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี 54 มิลลิเมตร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา 26 มิลลิเมตร

สภาพอากาศวันที่ 12 กันยายน ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง

ปัจจัยสำคัญมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

14-16 ก.ย. หลายพื้นที่ยังมีฝนต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มช่วงวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันออกของภาค

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแยกรายภาค ภาคเหนือมีน้ำ 17,820 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 65% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,529 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 54% ภาคกลาง 855 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 45% ภาคตะวันออก 1,803 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 57% ภาคตะวันตก 23,900 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 84% และภาคใต้ 4,970 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 65%

ส่วน 3 เขื่อนหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เขื่อนบางพระมีน้ำ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 81 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 49% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 211 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 71%

สทนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมถึง 13 ก.ย.

สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 ครอบคลุมหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี เลย ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต พัทลุง ตรัง สงขลา สตูล และนราธิวาส

ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข้อมูลสภาพอากาศและประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่ที่มีฝนตกสะสม เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในช่วงที่ยังมีฝนต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์