รมว.เกษตรฯ สั่งกรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือน้ำหลาก

Share on Line Share on Facebook Share on X
รมว.เกษตรฯ สั่งกรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือน้ำหลาก

สั่งให้กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมรับมือน้ำหลาก 

นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์น้ำปัจจุบัน(8 ก.ย.69) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 496 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 52,993 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)  ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 23,673 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 15,800 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 8,900 ล้าน ลบ.ม.


สรุปข่าว

“สุริยะ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือน้ำหลาก ย้ำบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด

สั่งให้กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมรับมือน้ำหลาก 

นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์น้ำปัจจุบัน(8 ก.ย.69) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 496 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 52,993 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)  ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 23,673 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 15,800 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 8,900 ล้าน ลบ.ม.


สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ด้านสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา  ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 617ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ส่วนเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  กรมชลประทาน  ยังคงควบคุมการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือและฝนที่ตกในพื้นที่ เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือด้านการระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนตกในระยะนี้ หวังบรรเทาและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ลุ่มต่ำ 


แนวโน้มสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า 

สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 8–13 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนอง 60–80% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 8–10 กันยายน ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10–13 กันยายน และมีฝนตกหนักบางแห่งถึงหนักมากในบางพื้นที่ 

ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10–13 กันยายน โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีฝนฟ้าคะนอง 60–80% ของพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำ และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักให้มากที่สุด 

ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว

แท็กบทความ