
ประเด็นเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด-19 กลับมาได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกรณี ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome) ซึ่งมีรายงานเกี่ยวข้องกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ภาวะดังกล่าวเป็นข้อมูลที่วงการแพทย์รับทราบมาตั้งแต่ช่วงการฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีโอกาสพบได้น้อยมาก
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า TTS เป็นภาวะที่เกิดลิ่มเลือดร่วมกับจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก และหากเกิดขึ้น อาการมักเริ่มภายในช่วง 4-30 วันหลังได้รับวัคซีน
ขณะที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของแอสตร้าเซนเนก้าระบุว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่มีรายงานเกิดขึ้นภายใน 21 วันแรกหลังการฉีดวัคซีน ทำให้กรอบเวลาการเกิดอาการเป็นหนึ่งในข้อมูลที่แพทย์นำมาประกอบการประเมินร่วมกับประวัติและหลักฐานทางการแพทย์อื่น
สรุปข่าว
ประเด็นเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด-19 กลับมาได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกรณี ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome) ซึ่งมีรายงานเกี่ยวข้องกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ภาวะดังกล่าวเป็นข้อมูลที่วงการแพทย์รับทราบมาตั้งแต่ช่วงการฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีโอกาสพบได้น้อยมาก
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า TTS เป็นภาวะที่เกิดลิ่มเลือดร่วมกับจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก และหากเกิดขึ้น อาการมักเริ่มภายในช่วง 4-30 วันหลังได้รับวัคซีน
ขณะที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของแอสตร้าเซนเนก้าระบุว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่มีรายงานเกิดขึ้นภายใน 21 วันแรกหลังการฉีดวัคซีน ทำให้กรอบเวลาการเกิดอาการเป็นหนึ่งในข้อมูลที่แพทย์นำมาประกอบการประเมินร่วมกับประวัติและหลักฐานทางการแพทย์อื่น
ปัญหาสุขภาพหลังฉีด ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากวัคซีนเสมอไป
รศ.ดร.เจษฎา ระบุถึงหลักสำคัญในการพิจารณาผลข้างเคียงว่า การพบปัญหาสุขภาพภายหลังได้รับวัคซีน ไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าวัคซีนเป็นสาเหตุ เนื่องจากการประเมินความสัมพันธ์จำเป็นต้องพิจารณาหลักฐานทางการแพทย์ ตลอดจนข้อมูลด้านความปลอดภัยประกอบกัน
ดังนั้น หากมีอาการหรือโรคเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลังจากได้รับวัคซีน การระบุว่าเป็นผลจากวัคซีนจำเป็นต้องมีข้อมูลรองรับที่ชัดเจน ไม่ควรพิจารณาจากลำดับเวลาของเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว
วัคซีน mRNA มีรายงานผลข้างเคียงแตกต่างกัน
สำหรับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เช่น ไฟเซอร์และโมเดอร์นา มีรายงานผลข้างเคียงที่แตกต่างออกไป โดยพบรายงานเกี่ยวกับ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่พบไม่บ่อยเช่นกัน
ส่วนกรณีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า WHO รับทราบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด TTS แต่จัดเป็นเหตุการณ์ที่พบได้น้อยมาก โดยการประเมินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พิจารณาว่า ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรครุนแรงและลดผลกระทบทางสาธารณสุขมีมากกว่าความเสี่ยงจากผลข้างเคียงดังกล่าว
ข้อมูลเกี่ยวกับ TTS จึงควรพิจารณาภายใต้หลักฐานทางการแพทย์และกรอบเวลาที่มีข้อมูลรองรับ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และลดความกังวลจากการเชื่อมโยงปัญหาสุขภาพกับวัคซีนโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน
บรรณาธิการออนไลน์
