
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 เงินสะพัดกว่า 350 ล้านบาท เตรียมต่อยอดจัดมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประกาศความสำเร็จของการจัดงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 หลังได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการอย่างคึกคัก ตลอดการจัดงาน 4 วัน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมกว่า 200,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 350 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมสุขภาพ ด้วยการจัด มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ความสำเร็จของงานในปีนี้มาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมทุกโซนได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดการจัดงานสูงกว่า 350 ล้านบาท
สำหรับมูลค่าที่เกิดขึ้นภายในงาน แบ่งเป็น ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการกว่า 63 ล้านบาท และ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) จำนวน 173 คู่ คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคตกว่า 287 ล้านบาท ผ่านการเชื่อมโยงผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ได้รับรางวัล Premium Herbal Product (PHP) และผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน กับผู้ซื้อรายสำคัญจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ King Power, Lemon Farm, ICONCRAFT, Thai OTOP Village, 24 Shopping และ RAKxa Wellness โดยมีผู้ซื้อเข้าร่วม 33 ราย จาก 18 บริษัท
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยมีมูลค่าตลาด 45,822 ล้านบาท และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม (T-Beauty) อาหารและอาหารเสริม ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เพื่อผลักดันเป้าหมายให้อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยมีมูลค่าตลาดแตะ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะขับเคลื่อนนโยบาย Health for Wealth ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานการเพาะปลูกสมุนไพรตามมาตรฐาน GACP การพัฒนาสารสกัดและผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพสูง การผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่ระดับสากล และการพัฒนาระบบบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโครงการ DTAM Next
นอกจากนี้ กรมฯ ยังเตรียมจัด มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 1–4 กรกฎาคม 2570 โดยขยายพื้นที่จัดงานเป็น 4 ฮอลล์ และแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ T-Beauty อาหารเสริม ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้เป็นหนึ่งใน New S-Curve ของประเทศ
ขณะเดียวกัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมจัดงาน มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการนวดไทยและบริการสุขภาพ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และเสริมความพร้อมของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยในการแข่งขันในตลาดโลก
สรุปข่าว
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 เงินสะพัดกว่า 350 ล้านบาท เตรียมต่อยอดจัดมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประกาศความสำเร็จของการจัดงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 หลังได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการอย่างคึกคัก ตลอดการจัดงาน 4 วัน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมกว่า 200,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 350 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมสุขภาพ ด้วยการจัด มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ความสำเร็จของงานในปีนี้มาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมทุกโซนได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดการจัดงานสูงกว่า 350 ล้านบาท
สำหรับมูลค่าที่เกิดขึ้นภายในงาน แบ่งเป็น ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการกว่า 63 ล้านบาท และ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) จำนวน 173 คู่ คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคตกว่า 287 ล้านบาท ผ่านการเชื่อมโยงผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ได้รับรางวัล Premium Herbal Product (PHP) และผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน กับผู้ซื้อรายสำคัญจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ King Power, Lemon Farm, ICONCRAFT, Thai OTOP Village, 24 Shopping และ RAKxa Wellness โดยมีผู้ซื้อเข้าร่วม 33 ราย จาก 18 บริษัท
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยมีมูลค่าตลาด 45,822 ล้านบาท และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม (T-Beauty) อาหารและอาหารเสริม ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เพื่อผลักดันเป้าหมายให้อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยมีมูลค่าตลาดแตะ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะขับเคลื่อนนโยบาย Health for Wealth ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานการเพาะปลูกสมุนไพรตามมาตรฐาน GACP การพัฒนาสารสกัดและผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพสูง การผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่ระดับสากล และการพัฒนาระบบบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโครงการ DTAM Next
นอกจากนี้ กรมฯ ยังเตรียมจัด มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 1–4 กรกฎาคม 2570 โดยขยายพื้นที่จัดงานเป็น 4 ฮอลล์ และแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ T-Beauty อาหารเสริม ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้เป็นหนึ่งใน New S-Curve ของประเทศ
ขณะเดียวกัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมจัดงาน มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการนวดไทยและบริการสุขภาพ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และเสริมความพร้อมของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยในการแข่งขันในตลาดโลก





