สรุปสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เฝ้าระวัง 5 เขื่อนใหญ่ปริมาณน้ำสูงเกินเกณฑ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
สรุปสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เฝ้าระวัง 5 เขื่อนใหญ่ปริมาณน้ำสูงเกินเกณฑ์

รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 7.00 น. พบว่าสภาพอากาศในวันนี้ทั่วประเทศมีปริมาณฝนลดน้อยลง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือในช่วงวันที่ 24–28 มิถุนายน 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จากปัจจัยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

สรุปข่าว

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมประเทศ 23 มิ.ย. 69 ไทยฝนลดลงชั่วคราว ก่อนเตรียมรับมือฝนตกหนักอีกระลอก 24–28 มิ.ย. นี้ พร้อมเฝ้าระวัง 5 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือ-อีสาน น้ำทะลุความจุ

รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 7.00 น. พบว่าสภาพอากาศในวันนี้ทั่วประเทศมีปริมาณฝนลดน้อยลง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือในช่วงวันที่ 24–28 มิถุนายน 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จากปัจจัยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

สำหรับสถิติปริมาณฝนสูงสุดรายภาคในรอบวันที่ผ่านมา พบว่าภาคตะวันตกมีฝนตกชุกที่สุด โดยจังหวัดที่มีฝนตกสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้

  • ภาคตะวันตก: จ.ราชบุรี (55 มิลลิเมตร)
  • ภาคใต้: จ.สงขลา (50 มิลลิเมตร)
  • ภาคตะวันออก: จ.ตราด (34 มิลลิเมตร)
  • ภาคเหนือ: จ.น่าน (29 มิลลิเมตร)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.บุรีรัมย์ (23 มิลลิเมตร)
  • ภาคกลาง: จ.สมุทรปราการ (10 มิลลิเมตร)

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 56% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 44,856 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 37% (20,748 ล้านลูกบาศก์เมตร) เมื่อแยกสถานการณ์น้ำรายภาค พบว่าภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำสะสมสูงสุดอยู่ที่ 64% (18,096 ล้านลูกบาศก์เมตร) ตามด้วยภาคใต้ 60% (4,609 ล้านลูกบาศก์เมตร) ภาคเหนือ 54% (14,996 ล้านลูกบาศก์เมตร) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 45% (5,487 ล้านลูกบาศก์เมตร) ภาคตะวันออก 35% (1,096 ล้านลูกบาศก์เมตร) และภาคกลางมีปริมาณน้ำน้อยที่สุดอยู่ที่ 29% (572 ล้านลูกบาศก์เมตร)

ขณะที่สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำสะสมดังนี้

  • เขื่อนภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 56% (7,580 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  • เขื่อนสิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 52% (4,992 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 27% (252 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 15% (147 ล้านลูกบาศก์เมตร)

ทั้งนี้ มีการออกประกาศเฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดใหญ่จำนวน 5 แห่งที่มีปริมาณน้ำสูงกว่าระดับเก็บกักสูงสุด (น้ำมาก) ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง คือ เขื่อนแม่งัด, เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนแม่จาง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำพุง และเขื่อนลำปาว นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่า 80% อีกจำนวน 34 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นภาคเหนือ 17 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 แห่ง, ภาคใต้ 4 แห่ง, ภาคตะวันออก 2 แห่ง และภาคตะวันตก 2 แห่ง

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย