ธุรกิจรีสอร์ตพรีเมียมโตต่อเนื่อง ปี 2568 ยอดเข้าพักทะลุ 1.4 ล้านคน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ธุรกิจรีสอร์ตพรีเมียมโตต่อเนื่อง ปี 2568 ยอดเข้าพักทะลุ 1.4 ล้านคน

ท่องเที่ยวพรีเมียมยังขยายตัว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

แม้ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ตแบบออลอินคลูซีฟที่ตอบโจทย์นักเดินทางซึ่งมองหาความสะดวกสบายและประสบการณ์ครบวงจร

ข้อมูลผลประกอบการปี 2568 ของคลับเมด ระบุว่า มูลค่าทางธุรกิจทั่วโลกอยู่ที่ 2,222 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) อยู่ที่ 241 ยูโร เพิ่มขึ้น 5% และมีผู้เข้าพักมากกว่า 1.4 ล้านคนทั่วโลก ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 75.8% เพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2567

เมื่อแยกตามประเภทรีสอร์ต พบว่ากลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาเติบโตสูงสุด 10% ตามด้วยกลุ่มรีสอร์ตริมทะเลเติบโต 4% และกลุ่ม Exclusive Collection ซึ่งเป็นตลาดลักชัวรี เติบโต 5%

เอเชียแปซิฟิกโตแรง ญี่ปุ่นและจีนมาแรง

ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตโดดเด่น โดยมีมูลค่าทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 13% และต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 300,000 คนในรีสอร์ต 10 แห่งทั่วภูมิภาค

แรงหนุนสำคัญมาจากความนิยมของรีสอร์ตบนภูเขาในญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ซึ่งเติบโตมากกว่า 21% ขณะที่ธุรกิจเรือสำราญ Club Med 2 เติบโตถึง 20% สะท้อนความต้องการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ยังแข็งแกร่ง

สำหรับประเทศไทย มูลค่าทางธุรกิจเติบโต 15% จากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นที่ยังเป็นจุดหมายยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวสกี ขณะเดียวกันเมืองลี่เจียง รวมถึงแหล่งสกีสำคัญในจีน เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางไทย

ด้านตลาดในประเทศ รีสอร์ตที่ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายหลักของกลุ่มครอบครัว ขณะที่มัลดีฟส์ยังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่มองหาการพักผ่อนระดับพรีเมียม

สรุปข่าว

ตลาดท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 โดยมียอดผู้เข้าพักทั่วโลกกว่า 1.4 ล้านคน ขณะที่ตลาดไทยขยายตัว 15% จากความนิยมท่องเที่ยวญี่ปุ่นและจีน ผู้ประกอบการเตรียมเปิดรีสอร์ตใหม่หลายประเทศ รวมถึงโครงการเกาะสมุยในปี 2571 รองรับดีมานด์นักเดินทางคุณภาพสูง

ท่องเที่ยวพรีเมียมยังขยายตัว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

แม้ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ตแบบออลอินคลูซีฟที่ตอบโจทย์นักเดินทางซึ่งมองหาความสะดวกสบายและประสบการณ์ครบวงจร

ข้อมูลผลประกอบการปี 2568 ของคลับเมด ระบุว่า มูลค่าทางธุรกิจทั่วโลกอยู่ที่ 2,222 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) อยู่ที่ 241 ยูโร เพิ่มขึ้น 5% และมีผู้เข้าพักมากกว่า 1.4 ล้านคนทั่วโลก ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 75.8% เพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2567

เมื่อแยกตามประเภทรีสอร์ต พบว่ากลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาเติบโตสูงสุด 10% ตามด้วยกลุ่มรีสอร์ตริมทะเลเติบโต 4% และกลุ่ม Exclusive Collection ซึ่งเป็นตลาดลักชัวรี เติบโต 5%

เอเชียแปซิฟิกโตแรง ญี่ปุ่นและจีนมาแรง

ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตโดดเด่น โดยมีมูลค่าทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 13% และต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 300,000 คนในรีสอร์ต 10 แห่งทั่วภูมิภาค

แรงหนุนสำคัญมาจากความนิยมของรีสอร์ตบนภูเขาในญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ซึ่งเติบโตมากกว่า 21% ขณะที่ธุรกิจเรือสำราญ Club Med 2 เติบโตถึง 20% สะท้อนความต้องการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ยังแข็งแกร่ง

สำหรับประเทศไทย มูลค่าทางธุรกิจเติบโต 15% จากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นที่ยังเป็นจุดหมายยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวสกี ขณะเดียวกันเมืองลี่เจียง รวมถึงแหล่งสกีสำคัญในจีน เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางไทย

ด้านตลาดในประเทศ รีสอร์ตที่ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายหลักของกลุ่มครอบครัว ขณะที่มัลดีฟส์ยังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่มองหาการพักผ่อนระดับพรีเมียม

3 เทรนด์ท่องเที่ยวที่น่าจับตาในปี 2569

ผู้ประกอบการมองว่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้รับอิทธิพลจาก 3 แนวโน้มสำคัญ

1. Whycation หรือการเดินทางที่มีเป้าหมายชัดเจน

นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเหตุผลของการเดินทางมากกว่าสถานที่ โดยมุ่งเน้นการพักผ่อนที่สร้างคุณค่าทางอารมณ์ การเรียนรู้ และการใช้เวลากับครอบครัว

2. Sports Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

การเดินทางเพื่อร่วมกิจกรรมกีฬาและฝึกซ้อมเฉพาะทางได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกีฬาพาเดล (Padel) รวมถึงกิจกรรมวิ่งและกีฬาเอาต์ดอร์

3. Hushpitality

แนวคิดการพักผ่อนที่เน้นความสงบ ลดความยุ่งยากในการวางแผน และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ไร้ความกังวล กำลังกลายเป็นความต้องการหลักของนักท่องเที่ยวระดับบน

เดินหน้าลงทุนรีสอร์ตใหม่ทั่วโลก ไทยเตรียมรับโครงการเกาะสมุย

ในช่วงปี 2569-2572 บริษัทมีแผนเปิดและพัฒนารีสอร์ตใหม่หลายแห่งทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกาใต้ มาเลเซีย แคนาดา อิตาลี โอมาน และอินโดนีเซีย

หนึ่งในโครงการสำคัญสำหรับตลาดไทยคือ คลับเมด เกาะสมุย ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 โดยจะเป็นรีสอร์ตริมชายหาดระดับ Exclusive Collection แห่งแรกของแบรนด์ในประเทศไทย พร้อมชายหาดส่วนตัวยาวกว่า 200 เมตร รองรับทั้งกลุ่มครอบครัวและคู่รัก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ คลับเมด บอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย ที่เตรียมเปิดในปี 2569 ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐานอาคารเพื่อความยั่งยืนระดับสากล และโครงการในแอฟริกาใต้ที่ผสานประสบการณ์รีสอร์ตชายหาดเข้ากับซาฟารีในจุดหมายเดียว

ตลาดท่องเที่ยวพรีเมียมยังมีโอกาสเติบโต

ข้อมูลผลประกอบการปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังมีศักยภาพเติบโต แม้เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก โดยนักเดินทางให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น ทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การพักผ่อนเพื่อคุณภาพชีวิต และการเดินทางที่เน้นความสะดวกสบายแบบครบวงจร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังใช้เป็นทิศทางในการลงทุนระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ท่องเที่ยวพรีเมียม
รีสอร์ตออลอินคลูซีฟ
ท่องเที่ยวไทยเกาะสมุย
แนวโน้มท่องเที่ยว2569