
สรุปข่าว
ยังไม่พบ! วัสดุ"กัมมันตรังสี ซีเซียม-137" สูญหาย ผู้เก็บได้ให้นำมาคืนมีรางวัล 5 หมื่นบาท สธ.สั่งสถานพยาบาลรองรับภาวะฉุกเฉิน
นายรณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และ นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ ร่วมแถลงข่าวกรณีเครื่องมือวัดระดับทางอุตสาหกรรม (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนัก 25 กิโลกรัม) ซึ่งภายในบรรจุวัสดุ กัมมันตรังสี ซีเซียม-137 สูญหาย และตรวจสอบไม่พบวัสดุดังกล่าวภายในโรงงานและไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพแรงงานในบริษัทฯ จึงแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน ร้านค้าของเก่า ช่วยตรวจสอบหากพบเห็นหรือ เก็บได้ให้นำมาคืนมีรางวัลให้ 5 หมื่นบาท
ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ขอความร่วมมือประชาชน-ร้านรับซื้อของเก่า แจ้งเบาะแสวัตถุแท่งเหล็กกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่หายจากโรงไฟฟ้า เพราะอันตรายมาก จึงขอความร่วมมือประชาชน และร้านรับซื้อของเก่าใน จ.ปราจีนบุรี หากพบเห็นวัตถุแท่งเหล็กยาว 8 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม ซึ่งเป็นวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 และหายออกไปจากโรงไฟฟ้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กระทั่งมีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยด้วยเครื่องมือตรวจเฉพาะเชื่อว่าวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ไม่ได้อยู่ในตัวโรงไฟฟ้าแล้ว และได้มีการขอความร่วมมือร้านรับซื้อของเก่าในจังหวัดฯ ราว 40-50 แห่ง แจ้งข้อมูลวัตถุดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ได้ทราบ เพื่อจะได้ไม่เกิดอันตราย และยืนยันว่ายังไม่มีสารเคมีจากวัตถุดังกล่าวรั้วไหลออกไป
นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ระบุว่า วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ติดอยู่ที่ไซโล ใช้วัดระดับของขี้เถ้าบนถังไซโล มีความสูงประมาณ 16-17 เมตร และจากการสอบถามและตรวจสอบในบริษัท ก็ไม่พบวัตถุชิ้นนี้แล้ว ส่วนจะไปอยู่ในสถานที่ใด ต้องให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบ และทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะส่งเจ้าหน้าที่ร่วมค้นหาด้วย เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ระบุว่า วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 หากอยู่ในสภาพปกติจะไม่เกิดผลกระทบใดๆ ยกเว้นมีการผ่าและสารกัมมันตรังสีรั่วไหลผู้ที่สัมผัสจะเกิดอันตราย แต่จะไม่เท่ากับโคบ๊อล 60 ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
สำหรับวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 หากถูกนำไปทิ้งน้ำโดยที่สภาพไม่ชำรุด จะไม่เกิดอันตราย แต่วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 จะอยู่ได้อีกราว 300 ปี ถึงจะหายไป
ผู้แทนโรงไฟฟ้า ระบุว่า ทางบริษัทฯ ยังไม่ยืนยันว่า วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่หายไปเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือเกิดจากอุบัติเหตุ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด แต่โดยปกติบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ยกเว้นได้รับอนุญาต ขณะที่ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพนักงานบริษัท ขณะนี้ยังมีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา และ หากพบเห็นวัตถุดังกล่าว โปรดแจ้งกลับมาที่คุณอารีย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0858350190 (ตลอด 24ชั่วโมง) สำหรับผู้ที่ชี้เบาะแสจนสามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีที่สูญหายกลับมาได้ จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท
สธ. สั่งเตรียมผู้เชี่ยวชาญและรพ.รองรับหากมีผู้ได้รับผลกระทบสุขภาพ กรณี “ซีเซียม-137” สูญหายที่ จ.ปราจีนบุรี
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดยรวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตรังสี อาทิ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์,
ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณปริมาณรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีภายในร่างกาย การป้องกันอันตรายจากรังสี และรังสีกับสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุอันตราย จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งเตรียมการประสานโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลรามาธิบดี กรณีรับส่งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากรังสี นอกจากนี้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมสถานพยาบาลในพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้วย
ความอันตรายของ สารซีเซียม-137
สำหรับสารซีเซียม-137 เป็นกัมมันตภาพรังสี (radioactivity) หากสัมผัสในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะไม่มีผลต่อร่างกายที่ชัดเจน แต่หากสัมผัสในระยะเวลานานและปริมาณสูงขึ้น จะเริ่มมีผลต่อร่างกาย ทำให้เกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ผมร่วง แผลเปื่อย หากสัมผัสในปริมาณสูงและยาวนาน อาจเกิดพังผืดที่ปอด เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดต้อกระจกขึ้นในนัยน์ตา ซึ่งอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ได้รับ
นอกจากนี้ หากปนเปื้อนลงไปในน้ำ จะส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ในสัตว์ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการรับและการสะสม หากสัตว์รับสารรังสีเข้าไปจะเพิ่มความเข้มข้นสะสมในห่วงโซ่อาหาร แต่ยังไม่มีผลยืนยันที่ชัดเจนว่าจะถึงขั้นเปลี่ยนระบบนิเวศน์ใต้ทะเลหรือไม่
ภาพจาก Drama-addict
ภาพจาก Drama-addict
ภาพจาก Drama-addict
ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี / สธ.
ภาพจาก Drama-addict / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี
- จีนจ่อนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นอีกครั้ง มั่นใจปลอดกัมมันตรังสีในทะเล
- รัฐบาลแถลงล่าสุด! ไม่พบ"ซีเซียม-137"ปนเปื้อนดิน น้ำ อากาศ ผลไม้
- การประปาส่วนภูมิภาค ตรวจเข้ม! แหล่งน้ำดิบปราจีนฯปลอดภัยไร้ "ซีเซียม-137"
- "ซีเซียม-137" อัปเดตล่าสุด! จนท.ตรวจพบการปนเปื้อนในเตาหลอมโลหะ
- รอลุ้น! ผลตรวจ "ซีเซียม-137" ในปัสสาวะ 2 สัปดาห์ เช็ก 3 กลุ่มอาการเฝ้าระวัง
- สรุปข่าวล่าสุด "ซีเซียม-137" ชาวบ้านผวา-เฝ้าระวัง 3 กลุ่มเสี่ยง
- เผยผลตรวจร่างกาย "70 คนงาน" โรงหลอมเหล็ก ซีเซียม-137
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
