ชวนชม “ฝนดาวตกวันแม่” คืน 12 ส.ค. คาดสูงสุด 100 ดวงต่อชั่วโมง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชวนชม “ฝนดาวตกวันแม่” คืน 12 ส.ค. คาดสูงสุด 100 ดวงต่อชั่วโมง

12 สิงหาคมนี้ ลุ้นชม “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” 

เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แจ้งว่า คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) หรือที่มักเรียกกันว่า “ฝนดาวตกวันแม่” 

จุดศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เวลาประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากนั้นชมได้ต่อเนื่อง จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คาดว่าจะมีอัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง 

สรุปข่าว

ชวนคนไทยแหงนมองฟ้า คืน 12 ส.ค. ต่อเนื่องถึงรุ่งเช้า 13 ส.ค. พบ “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” หรือฝนดาวตกวันแม่ คาดสูงสุดราว 100 ดวงต่อชั่วโมง ปีนี้ไร้แสงจันทร์รบกวน เหมาะชมด้วยตาเปล่าในพื้นที่มืดและห่างจากแสงเมือง หากฟ้าเปิดสามารถชมได้ทั่วประเทศ

12 สิงหาคมนี้ ลุ้นชม “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” 

เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แจ้งว่า คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) หรือที่มักเรียกกันว่า “ฝนดาวตกวันแม่” 

จุดศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เวลาประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากนั้นชมได้ต่อเนื่อง จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คาดว่าจะมีอัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง 

วิธีการสังเกตฝนดาวตก

สำหรับช่วงเวลาการเกิดปรากฏการณ์ในปีนี้ไม่แสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง แนะนำชมในบริเวณที่ห่างจากตัวเมืองหรือบริเวณที่ไม่มีแสงรบกวน สำหรับวิธีการสังเกตฝนดาวตก ที่ดีที่สุด คือ นอนชมด้วยตาเปล่า ตามทิศทางการกระจายตัวของฝนดาวตก หากสภาพอากาศดี ฟ้าใสไร้ฝน สามารถชมความสวยงามของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ หากพลาดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ยังสามารถติดตามชมฝนดาวตกอื่น ๆ ได้ เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม - 24 สิงหาคมของทุกปี และมักมีอัตราการตกสูงสุดในช่วงวันที่ 12 - 13 สิงหาคม มีสีสันสวยงาม เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle)

 เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีผลกระทบต่อโลก

ภาพจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ที่มาข้อมูล : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ