
สรุปข่าว
นักวิชาการดาราศาสตร์ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เผยข้อมูลจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ที่ขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.2558 เพื่อลำเลียงภารกิจ ดาวเทียม DSCOVR (Deep Space Climate Observatory) ไปยังจุด L1 ที่อยู่ห่างออกไป 1.5 ล้านกิโลเมตรระหว่างดวงอาทิตย์และโลก
เป็นจุดที่อยู่ตรงกันข้ามกับจุด L2 ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บ (JWST)โคจรอยู่ และสามารถทำให้ยานสำรวจ DSCOVR หันมาสังเกตการณ์และบันทึกภาพโลกในด้านกลางวันได้ตลอดเวลา เพื่อสังเกตการณ์สภาพอากาศ
และยังสามารถเฝ้าระวังเตือนการพ่นมวลโคโรนาจากดวงอาทิตย์ ที่จะสามารถเตือนภัยจากลมสุริยะล่วงหน้าได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม พบว่า มีชิ้นส่วนเชื้อเพลิงท่อนที่ 2 ของจรวดขนส่ง Falcon 9 ได้ถูกปล่อยให้ลอยเคว้งอยู่ในอวกาศต่อไปตามวงโคจร เหมือนขยะอวกาศกว่าหลายล้านชิ้นที่ถูกส่งออกไปนอกโลก
ระทึก! ซากจรวดชนดวงจันทร์ 4 มี.ค.65
แต่เหตุการณ์ที่จะถึงนี้จะนับเป็นครั้งแรก ชิ้นส่วนจรวด Falcon 9 ที่ยาวกว่า 15 เมตรและหนักกว่า 4 ตัน นี้ ปัจจุบันกลายเป็นเพียงถังเชื้อเพลิงเปล่า คาดการณ์กันว่า ซากจรวดนี้จะพุ่งชนเข้ากับพื้นผิวของดวงจันทร์ ด้วยความเร็วกว่า 8,000 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 4 มี.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม การชนกันจะเกิดขึ้นในส่วนด้านไกลของดวงจันทร์ จึงจะไม่สามารถสังเกตเห็นการพุ่งชนนี้ได้จากโลก แต่ดาวเทียมที่สำรวจรอบดวงจันทร์ เช่น จันทรายาน-2 ของประเทศอินเดียอาจจะสามารถสังเกตเห็นการพุ่งชนได้
แม้ว่าการที่จรวดพุ่งชนเข้ากับดวงจันทร์นั้น จะฟังดูเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ เคยมีการส่งวัตถุพุ่งชนเข้ากับพื้นผิวของดวงจันทร์อยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญใดๆ ได้กับดวงจันทร์ได้
วัตถุชนดวงจันทร์ได้ต้องมีขนาดใกล้เคียงกัน
แม้พื้นผิวของดวงจันทร์จะแสดงถึงร่องรอยการถูกชนนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต แต่ ดร.พอล โชดัส ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลก (CNEOS) ขององค์การนาซา (NASA) ได้ระบุว่า
"วัตถุอวกาศที่สามารถชนดวงจันทร์ให้หลุดจากวงโคจรได้ จะต้องพุ่งมาด้วยความเร็วสูงและมีขนาดใหญ่แทบจะเท่ากับขนาดของดวงจันทร์เองเลยทีเดียว ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำไปกว่า 3,475 กิโลเมตร
ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดที่เรารู้จัก ยังมีมวลน้อยกว่าดวงจันทร์ถึง 70 เท่า โดยมันโคจรอยู่ตรงแถบดาวเคราะห์น้อยใกล้ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ห่างจากโลกถึง 180 ล้านกิโลเมตร"
ซึ่งโอกาสดาวเคราะห์น้อยต่างๆ ชนดวงจันทร์ถือว่ามีน้อยกว่าชนโลกด้วยซ้ำ เพราะโลกมีขนาดใหญ่กว่า
สำหรับความเป็นไปได้ ส่วนขับดันของจรวด Falcon 9 กำลังจะพุ่งชนด้านไกลของดวงจันทร์ในวันที่ 4 มีนาคมนั้น ดร.โชดัส ชี้แจงว่า การชนโดยชิ้นส่วนจรวด จะไม่ส่งผลร้ายแรงต่อตำแหน่งที่อยู่และการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ เพียงแต่อาจทำให้เกิดแอ่งหลุมขนาดเล็กความกว้าง 20 เมตร บนพื้นผิวของดวงจันทร์
แต่ทั้งนี้ เตือนว่าอาจมีวัตถุพุ่งชนดวงจันทร์โดยไร้การควบคุมอีกในอนาคต ในเมื่อโครงการอวกาศของทั้งสหรัฐฯ และจีน จะทำให้มีขยะโคจรอยู่ในอวกาศมากยิ่งขึ้น จึงถึงเวลาที่ควรจะเริ่มกำหนดกฎข้อบังคับเพื่อติดตามขยะอวกาศที่ถูกทิ้งอยู่ในวงโคจรของโลก.
- “GPS ดวงจันทร์” สเปนปฏิวัติระบบนำทางบนดวงจันทร์ ใช้ง่ายสไตล์ “Google Maps”
- “FLEXHab” นวัตกรรม “ที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์” ผสานความสบายสไตล์สแกนดิเนเวีย
- จีนสำเร็จในการทดลองใช้เทคโนโลยีวัดระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ด้วยเลเซอร์ โดยใช้ประโยชน์จากดาวเทียมคู่
- ภาพชัด "ดวงจันทร์เต็มดวง” ไกลโลกที่สุดในรอบปี
- ญี่ปุ่นเตรียมส่งระบบกรองน้ำไปทดสอบบนดวงจันทร์ในปี 2027
- แนวคิด “หอคอยพลังแสงอาทิตย์” ผลิตไฟฟ้าใช้บนดวงจันทร์ สานฝันตั้งถิ่นฐานนอกโลก
- "สุริยุปราคา" ครั้งแรกในปี 68 สามารถมองเห็นได้หลายภูมิภาคทั่วโลก
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
