กางตัวเลขเยียวยาเหตุจรวด BM-21ตกใส่ปั๊มกันทรลักษ์ จ่ายแล้วกว่า 60 ล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
กางตัวเลขเยียวยาเหตุจรวด BM-21ตกใส่ปั๊มกันทรลักษ์ จ่ายแล้วกว่า 60 ล้าน

รัฐบาลชี้แจงกรณีเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐสภา เพื่อติดตามการขอรับเงินเยียวยาจากเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ เมื่อปี 2568 โดยยืนยันว่ารัฐได้เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกด้านตามหลักเกณฑ์ พร้อมระบุว่าความเสียหายของสถานีบริการน้ำมันไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย เนื่องจากได้รับค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยและความช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดแล้ว

สรุปข่าว

รัฐบาลเปิดรายละเอียดการเยียวยาเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังเจ้าของปั๊มยื่นร้องเรียนต่อรัฐสภา โดยระบุผู้เสียชีวิต 7 รายได้รับเงินช่วยเหลือรวมกว่า 58 ล้านบาท ผู้บาดเจ็บ 12 รายได้รับกว่า 4.6 ล้านบาท ขณะที่ปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อได้รับค่าสินไหมและเงินช่วยเหลือจากภาคเอกชนแล้ว จึงไม่เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยาจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัยซ้ำอีกครั้ง

รัฐบาลชี้แจงกรณีเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐสภา เพื่อติดตามการขอรับเงินเยียวยาจากเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ เมื่อปี 2568 โดยยืนยันว่ารัฐได้เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกด้านตามหลักเกณฑ์ พร้อมระบุว่าความเสียหายของสถานีบริการน้ำมันไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย เนื่องจากได้รับค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยและความช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดแล้ว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการดูแลผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และเป็นธรรมตามกฎหมาย

สรุปผลการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยและภาคธุรกิจ

  • ผู้เสียชีวิต (7 ราย): ได้รับความช่วยเหลือครบถ้วนแล้ว รวมเป็นเงินประมาณ 58 ล้านบาท
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บ (12 ราย): ได้รับความช่วยเหลือครบทุกคนแล้ว รวมเป็นเงินประมาณ 4.6 ล้านบาท (ได้รับเงินช่วยเหลือตั้งแต่รายละ 100,000–800,000 บาท ตามระดับความรุนแรงและสิทธิตามหลักเกณฑ์)
  • ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven: เสียหายประมาณ 14 ล้านบาท ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด จำนวน 9 ล้านบาท และกลับมาเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568
  • สถานีบริการน้ำมัน ปตท.: เสียหายประมาณ 3.05 ล้านบาท ได้รับเงินชดเชยจากทิพยประกันภัย 1 ล้านบาท และความช่วยเหลือจาก ปตท. 2.05 ล้านบาท เปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568

แหล่งงบประมาณและความโปร่งใสในการช่วยเหลือ

การจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี, เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงานประกันสังคม, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และงบกลางตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ซึ่งดำเนินการจ่ายแล้วเสร็จทั้งหมด

สำหรับกรณีการขอรับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยฯ ในส่วนของสถานีบริการน้ำมัน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า คำขอดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์การจ่ายเงิน เนื่องจากเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินทางธุรกิจ ซึ่งได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัยและต้นสังกัดแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การไม่จ่ายเงินชดเชยซ้ำซ้อนในความเสียหายรายการเดียวกัน เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

รัฐบาลย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลทุกชีวิต ครอบครัว และอาชีพของผู้ประสบเหตุ พร้อมยืนยันว่าทุกคำร้องจะได้รับการตรวจสอบด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย