นายกฯ เปิดประชุม คตท. ชู “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เร่งปราบสินบนภาครัฐ

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ เปิดประชุม คตท. ชู “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เร่งปราบสินบนภาครัฐ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 และรับทราบแผนงานของคณะทำงาน Zero Corruption และโครงการ "เพื่อน ไม่ทน"

“พรบ. ฉบับนี้ ไม่เพียงยกระดับการให้บริการและการอนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงโครงสร้างสำคัญที่จะทำให้การให้บริการภาครัฐมีประสิทธิภาพ สะดวก มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะปิดจุดเสี่ยงการเรียกรับผลประโยชน์ ลดต้นทุนแฝงให้กับภาคธุรกิจและประชาชน ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบราชการไทย 

ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิรูปกระบวนงาน จากระบบที่สร้างภาระให้กับประชาชน สู่ระบบบริการที่เอื้อต่อความสะดวกและโปร่งใส โดยให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที“ นายกรัฐมนตรีกล่าว

สรุปข่าว

นายกฯ เป็นประธานการประชุม คตท. ครั้งที่ 1/2569 ไฟเขียวรับทราบ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2569 พร้อมเห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนฯ และโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เพื่อยกระดับความโปร่งใส ปิดจุดเสี่ยงการเรียกรับผลประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 และรับทราบแผนงานของคณะทำงาน Zero Corruption และโครงการ "เพื่อน ไม่ทน"

“พรบ. ฉบับนี้ ไม่เพียงยกระดับการให้บริการและการอนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงโครงสร้างสำคัญที่จะทำให้การให้บริการภาครัฐมีประสิทธิภาพ สะดวก มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะปิดจุดเสี่ยงการเรียกรับผลประโยชน์ ลดต้นทุนแฝงให้กับภาคธุรกิจและประชาชน ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบราชการไทย 

ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิรูปกระบวนงาน จากระบบที่สร้างภาระให้กับประชาชน สู่ระบบบริการที่เอื้อต่อความสะดวกและโปร่งใส โดยให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที“ นายกรัฐมนตรีกล่าว

ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนงานและกลั่นกรองข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในประเด็นการแก้ไขปัญหาการให้หรือรับสินบน การทุจริต และประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเป็นระบบ โดยมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นที่ปรึกษา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานอนุกรรมการอีกตำแหน่ง

ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” (One Agency One Integrity) เพื่อให้แต่ละหน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูงมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ 355 แห่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยกำหนดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดฐานความผิด กลไกการดำเนินการ และมาตรการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด พร้อมให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างกฎหมายตามขั้นตอนต่อไป

“จากกรณีการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้ เพราะไม่เพียงเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและหลักคุณธรรมเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและทำลายโอกาสของผู้ที่มีความรู้ความสามารถซึ่งเข้าสู่การแข่งขันอย่างสุจริต การป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุด ไม่ใช่การลงโทษเมื่อความเสียหาย เกิดขึ้นแต่คือการออกแบบระบบที่รัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้”

“การประชุมคณะกรรมการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ถือเป็นวาระสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและกำหนดมาตรการตามมาตรฐาน OECD 

การประชุมครั้งนี้จึงสะท้อนความร่วมมือเชิงรุกของทุกภาคส่วนในการยกระดับการต่อต้านการทุจริต จากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การป้องกันเชิงระบบอย่างยั่งยืน โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI: Corruption Perceptions Index) หรือการเข้าเป็นสมาชิก OECD เท่านั้น แต่คือการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในสังคมไทย” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : รัฐบาล

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ

แท็กบทความ

นายกฯ
1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา
เรียกรับผลประโยชน์ภาครัฐ
ติดสินบนข่าวการเมือง