นายกฯ เสนอโอนงบปี 69 ย้ำโปร่งใส คุ้มค่า เพื่อประโยชน์ประชาชน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ เสนอโอนงบปี 69 ย้ำโปร่งใส คุ้มค่า เพื่อประโยชน์ประชาชน

พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569

เวลา 09.35 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายกรัฐมนตรี ในนามคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... มีหลักการและเหตุผล ดังนี้ หลักการ ให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง 

รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท โดยที่ในปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

สรุปข่าว

นายกฯ เสนอร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 วงเงิน 10,328 ล้านบาท เพิ่มความคล่องตัวรับภารกิจเร่งด่วน ย้ำใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569

เวลา 09.35 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายกรัฐมนตรี ในนามคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... มีหลักการและเหตุผล ดังนี้ หลักการ ให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง 

รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท โดยที่ในปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายไปเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้จำนวน 99,000,000,000 บาท มีไม่เพียงพอ 

รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์สาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เ

พื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ หรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญสองประการคือ

1) เพื่อนำรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้จำนวนทั้งสิ้น 10,328,065,100 บาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 

2) เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 และเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

รัฐบาลเห็นว่า กฎหมายการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวมีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพุทธศักราช 2561 มาตรา 35 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายจะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้เว้นแต่จะมีพระราชบัญญัติให้โอนหรือนำไปใช้ได้

ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ซึ่งได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 

งบประมาณและรายการที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัตินี้ประกอบด้วย 

1) รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่าย ที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ 

2) รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็น และต้องการยกเลิกหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณพุทธศักราช 2569

ทั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม 

รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันงบประมาณที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... จำนวน 10,328,065,100 บาท จำแนกเป็น 1) งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9,039,794,900 บาท 2) งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1,288,270,200 บาท

เมื่อร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....  มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณจะสามารถขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำไปดำเนินภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉินหรือจำเป็นได้ ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พุทธศักราช 2562

“รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกในการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการดำเนินภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใส และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน” 

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : รัฐบาล

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ