“ชัชชาติ” หาเสียง ชูนโยบายต่อยอด Next Learn ยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ชัชชาติ” หาเสียง ชูนโยบายต่อยอด Next Learn ยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ

ชัชชาติ ลุยหาเสียงล่าสุด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตจตุจักรและเขตบางซื่อ พร้อมนำเสนอนโยบายด้านการพัฒนาทักษะอาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการต่อยอดโครงการ Next Learn เพื่อยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานครให้เป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะใหม่ และการสร้างรายได้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและภาวะเศรษฐกิจในอนาคต

"การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการมารับฟังความคิดเห็นและปัญหาของประชาชนเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าปัจจุบันประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีทักษะความรู้แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเพิ่มเติม"`

สรุปข่าว

“ชัชชาติ” หาเสียง ชูนโยบายต่อยอด Next Learn ยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. สร้างทักษะแห่งอนาคต เพิ่มโอกาสมีงานทำ หนุนเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง พร้อมขยายหลักสูตรใหม่ครอบคลุม 50 เขตทั่วกรุง จากปัจจุบันที่มีศูนย์และโรงเรียนฝึกอาชีพรวม 21 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างเท่าเทียม

ชัชชาติ ลุยหาเสียงล่าสุด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตจตุจักรและเขตบางซื่อ พร้อมนำเสนอนโยบายด้านการพัฒนาทักษะอาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการต่อยอดโครงการ Next Learn เพื่อยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานครให้เป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะใหม่ และการสร้างรายได้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและภาวะเศรษฐกิจในอนาคต

"การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการมารับฟังความคิดเห็นและปัญหาของประชาชนเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าปัจจุบันประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีทักษะความรู้แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเพิ่มเติม"`

นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครอาจไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือในลักษณะการแจกเงินแก่ประชาชนโดยตรง แต่สามารถสร้างโอกาสผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โครงการ Next Learn คืออะไร

สำหรับโครงการ Next Learn ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ของกรุงเทพมหานคร จะเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมหลักสูตรต่าง ๆ มากกว่า 500 - 600 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาษา และทักษะอาชีพสมัยใหม่ โดยตั้งเป้าหมายให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้รวมกันกว่า 1 ล้านชั่วโมง ขณะที่ปัจจุบันมีผู้เข้าเรียนสะสมแล้วหลายแสนชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทักษะ Next Job และ Next Skill โดยในส่วนของ Next Job กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับภาคเอกชน 13 แห่ง ในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาเข้าทำงานต่อกับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนการพัฒนาทักษะวิชาชีพ กรุงเทพมหานครมีโรงเรียนฝึกอาชีพจำนวน 10 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพอีก 11 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 400 หลักสูตร โดยส่วนใหญ่ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือมีค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำเพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างทั่วถึง

นายชัชชาติระบุว่า ปัจจุบันหลักสูตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่ หลักสูตรด้านความงาม เช่น การทำเล็บ การทำผม ตลอดจนหลักสูตรด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่และตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล โดยในอนาคตจะผลักดันให้การพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้มีความเข้มข้นและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพอีก 11 แห่ง โดยในระยะ 4 ปีข้างหน้า มีเป้าหมายพัฒนาหลักสูตรใหม่เพิ่มเติมอีกกว่า 300 หลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการด้านการฝึกอาชีพให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร จากปัจจุบันที่มีศูนย์และโรงเรียนฝึกอาชีพรวม 21 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างเท่าเทียม

ขณะที่นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กรุงเทพมหานครจะได้ปรับปรุงศูนย์ฝึกอาชีพบางแห่งไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายแห่งที่ประสบปัญหาด้านพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก จากการลงพื้นที่ก็มีเสียงสะท้อนของประชาชนโดยเฉพาะห้องเรียนที่ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการของประชาชน บางแห่งมีพื้นที่จำกัดและมีผู้เรียนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเร่งขยายพื้นที่และพัฒนาสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมากขึ้น

นายชัชชาติย้ำว่า การสร้างทักษะใหม่ให้กับประชาชนถือเป็นการมอบเครื่องมือในการทำมาหากินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในอนาคตที่สถานการณ์เศรษฐกิจอาจมีความท้าทายมากขึ้น กรุงเทพมหานครจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กันทั้งสองระดับ คือ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน การจ้างงาน และการดึงดูดนักลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจฐานรากของผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งมีอยู่มากกว่า 500,000 รายทั่วกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ มองว่าการพัฒนาเศรษฐกิจระดับบนและเศรษฐกิจระดับล่างต้องดำเนินควบคู่กัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเมืองในระยะยาว โดยการส่งเสริมองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างเศรษฐกิจเมืองที่เติบโตอย่างทั่วถึงทำให้เมืองมีคุณภาพมากขึ้น 

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

ได้แล้ววันนี้ ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/ โดยสามารถแจ้งเพิ่ม-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ภายในวันที่ 17 มิ.ย. 69 ณ ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ท่านมีสิทธิเลือกตั้ง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ