
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือประหยัดพลังงานจนส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น
สรุปข่าว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือประหยัดพลังงานจนส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น
เร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพ-ตรึงราคาค่าไฟ
สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงนโยบายลดภาระค่าครองชีพเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการผลักดันโครงการช่วยเหลือใหม่ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้
- รัฐบาลศึกษาเตรียมกำหนดนโยบายจัดทำอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก ในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือน
- ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย เตรียมกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีในราคาถูกสู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันให้แก่ประชาชน
เดินหน้าภารกิจต่างประเทศและรักษาความมั่นคง
ด้านภารกิจต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะลงพื้นที่หารือความร่วมมือกับประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ โอมานและอิหร่าน ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การค้า และการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งได้รับรายงานว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดีและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ในส่วนของความมั่นคงภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามผู้กระทำผิดในเหตุความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พร้อมยืนยันนโยบายเด็ดขาดว่าห้ามนำอาวุธมาใช้ทำร้ายกันเอง
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนว่า เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อนำข้อมูลจริงไปกำหนดนโยบายให้เกิดผลรูปธรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพและจะเร่งแสดงผลงานอย่างเต็มที่ หากพบหน่วยงานใดทำงานล่าช้าหรือไม่เต็มศักยภาพ พร้อมดำเนินการปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เหมาะสมทันที เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยตนจะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง
- นายกฯ ย้ำครม. จะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา รักษาประโยชน์ของประชาชน
- นายกฯ สั่ง ครม.ลุยงานทันที รับวิกฤติพลังงานโลก
- รอลุ้น! "คนละครึ่งพลัส" ใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่? "อนุทิน" ชี้รอข้อเสนอ-ข้อติดขัดกฎหมาย ย้ำรอบนี้พลัสกว่าเดิม
- ไทม์ไลน์ “อนุทิน” ถวายสัตย์ 6 เม.ย. แถลงนโยบาย 9–10 เม.ย.
- นายกฯ ประชุมด่วนร่วมสีหศักดิ์ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ถกหาแนวทางช่วยคนไทย
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
