ดาวโจนส์ ปิดลบ 60.02 จุด หุ้นแอปเปิลร่วงฉุดตลาด

TNN ONLINE

WORLD

ดาวโจนส์ ปิดลบ 60.02 จุด หุ้นแอปเปิลร่วงฉุดตลาด

ดาวโจนส์ ปิดลบ 60.02 จุด หุ้นแอปเปิลร่วงฉุดตลาด

ดาวโจนส์ ปิดลบ 60.02 จุด ปิดที่ 28,248.44 จุด รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิล และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ

วันนี้ (26 ส.ค.63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิล และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มธุรกิจสุขภาพ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,248.44 จุด ลดลง 60.02 จุด หรือ -0.21%

ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,443.62 จุด เพิ่มขึ้น 12.34 จุด หรือ +0.36%

ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,466.47 จุด เพิ่มขึ้น 86.75 จุด หรือ +0.76%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ เนื่องจากการร่วงลงของราคาหุ้นแอปเปิลซึ่งเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์นั้น เป็นปัจจัยฉุดตลาดตั้งแต่เปิดทำการซื้อขาย โดยหุ้นแอปเปิลร่วงลงกว่า 2% ในระหว่างวัน ก่อนที่จะปิดตลาดลดลง 0.82% เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังราคาหุ้นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้

การร่วงลงของราคาหุ้นแอปเปิลได้สกัดปัจจัยบวกจากข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เมื่อวานนี้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้มีการดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเฟสแรก และเพื่อรับประกันความสำเร็จของข้อตกลงดังกล่าว

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 84.8 ในเดือนส.ค. จากระดับ 91.7 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 93.0 โดยดัชนีร่วงลงเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้บริโภคมีความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาด

หุ้นเบสท์บาย ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกสินค้าอิเลคทรอนิคส์รายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 4.03% หลังจากผู้บริหารของบริษัทได้แสดงมุมมองด้านลบเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต แม้บริษัทมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 1.71 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.08 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นเอ็กซอน โมบิล ดิ่งลง 3.2% หุ้นไฟเซอร์ ร่วงลง 1.1% และหุ้นเรย์เธียน เทคโนโลยีส์ ร่วงลง 1.5% หลังจาก S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ประกาศว่า หุ้นของบริษัทเอ็กซอน โมบิล, ไฟเซอร์ อิงค์ และเรเธียน เทคโนโลยีส์ จะถูกถอดออกจากคำนวณในดัชนีดาวโจนส์ ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.นี้ และจะแทนที่ด้วยหุ้นของเซลส์ฟอร์ซดอทคอม, แอมเจน อิงค์ และฮันนีเวลล์ อินเตอร์เนชันแนล

การถอดหุ้นทั้ง 3 ตัวดังกล่าวนับเป็นการปรับน้ำหนักหุ้นในดัชนีดาวโจนส์ครั้งใหญ่สุดในรอบ 7 ปี และเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทแอปเปิล อิงค์ซึ่งมีน้ำหนักในดัชนีดาวโจนส์ประมาณ 12% ได้ประกาศแตกหุ้น

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ได้เปิดเผยเมื่อคืนนี้ ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว สอดคล้องกับเดือนพ.ค.

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 13.9% สู่ระดับ 901,000 ยูนิตในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2549 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 785,000 ยูนิต

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. เวลา 09.10 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 20.10 น.ตามเวลาไทย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563 (ประมาณการครั้งที่ 2), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนก.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE