TNN เศรษฐีอเมริกันให้เงินทรัมป์หาเสียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

TNN

World

เศรษฐีอเมริกันให้เงินทรัมป์หาเสียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐีอเมริกันให้เงินทรัมป์หาเสียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐีอเมริกันบริจาคเงินให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้หาเสียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ทรัมป์เป็นฝ่ายได้เปรียบไบเดน ในเรื่องเงินทุนที่จะใช้ในการหาเสียงก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ทีมหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเงินบริจาคจากมหาเศรษฐีหนึ่งคน เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อให้ทรัมป์ใช้เป็นทุนหาเสียงในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2024 โดยมหาเศรษฐีคนนี้ มีชื่อว่า ทิโมธี เมลลอน เขาเป็นทายาทของตระกูลเจ้าของธนาคารในเมืองพิตส์เบิร์ก ในรัฐเพนซิลเวเนีย เขาได้บริจาคเงินให้ทีมหาเสียงของทรัมป์ หลังจากที่ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหา 34 กระทงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่ ซึ่งเงินบริจาคของเขา ทำให้ทีมหาเสียงของทรัมป์จัดกิจกรรมเข้าถึงชาวอเมริกันได้มากกว่า โจ ไบเดน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการบริจาคเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดจากคนแค่คนเดียว ในการเลือกตั้งครั้งนี้


ทิโมธี เมลลอน เคยบริจาคเงินให้ทรัมป์ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่น ซึ่งรวมกันแล้วเขาบริจาคเงินไปแล้วมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาไม่ค่อยออกสื่อ หรือให้สัมภาษณ์ แต่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าเขามีแนวคิดอนุรักษ์นิยม และต่อต้านการรับผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐฯ เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ในปี 2020 ว่าเขาชื่นชมทรัมป์ ในฐานะคนที่ทำตามคำพูด หรืออย่างน้อยก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูด โดย Forbes เคยประเมินว่าธุรกิจของตระกูลเมลลอน มีมูลค่าสูงถึง 14,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ด้านทีมหาเสียงของ โจ ไบเดน ก็ได้รับเงินบริจาคจากมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ไมค์ บลูมเบิร์ก เป็นจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายงานของคณะกรรมการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ระบุว่า ทีมหาเสียงของทรัมป์ มีเงินทุนที่เปิดเผยมาแล้ว 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนทีมหาเสียงของไบเดน มีเงินทุน 91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่เป็นตัวเลขทีมีการรายงานกันในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ตัวเลขเงินหาเสียงของทั้งคู่ อาจจะสูงกว่านี้ เพราะยังไม่ได้รวมเงินที่ได้จากการจัดงานเลี้ยงระดมทุน 


เงินทุนในการหาเสียงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่อาจจะตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยในตอนนี้ ทั้งคู่มีคะแนนนิยมที่สูสีกันมาก แต่ทรัมป์มีคะแนนนำในบางรัฐที่มีการแข่งขันกันสูง ซึ่งหากใครมีเงินทุนที่ใช้ในการหาเสียงมากกว่า ก็จะได้เปรียบในการสื่อสารนโยบาย หรือเข้าถึงพื้นที่เพื่อเรียกคะแนนเสียงเพิ่มจากชาวอเมริกัน 

_____

ภาพ: Reuters

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง