TNN online เปิด 6 ธีมหุ้นเด่นปีขาล ! ตัวไหนฟอร์มสวย

TNN ONLINE

Wealth

เปิด 6 ธีมหุ้นเด่นปีขาล ! ตัวไหนฟอร์มสวย

เปิด 6 ธีมหุ้นเด่นปีขาล !  ตัวไหนฟอร์มสวย

บล.กสิกรไทยมองแนวโน้มหุ้นไทยปี 65 ท้าท้าย คาดดัชนีทะลุ 1,680 จุด หวังโควิดคลี่คลายดันเศรษฐกิจไทย-โลกฟื้น จับตาเงินเฟ้อ-โอไมครอน- hard landing จีนถ่วงตลาด ชู 6 ธีมเด่นน่าลงทุนตัวไหนฟอร์มสวย

บล.กสิกรไทยระุบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยปีหน้า มองเป้าดัชนี 1,680 จุด อิงจากกำไรต่อหุ้นที่ 95.53 บาท และ EYG ที่ 3.71% (-0.75SD) เราคงความเห็นด้านบวกต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งเราคาดว่า GDP ปี 2565 ของไทยจะขยายตัวขึ้น 3.7% จากสถานการณ์โควิดที่ดีขึ้น การเปิดพรมแดนใหม่อีกครั้ง มาตรการกระตุ้นทางการคลังอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกที่แข็งแกร่ง รวมถึงอุปสงค์จากทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นมีความท้าทายมากขึ้นตามลำดับเมื่อ Fed เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งหลังปีหน้า ทั้งนี้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2565 จนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การท่องเที่ยว


สำหรับภาวะตลาดในปี 2565 จะใกล้เคียงกับปี 2560 ที่Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยสามครั้ง ขณะที่ ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% เพื่อรองรับเศรษฐ กิจภายในประเทศ ในปี 2560 ดัชนี S&P 500 (+22% YoY) และ ดัชนีราคา SET Index (+13%) ให้ผลตอบแทนในระดับดี แต่ทั้งคู่ปรับตัวลดลงในปีต่อมาที่ 4% และ 13% ตามลำดับ


จากผลกระทบสะสมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงสูงและใช้เวลาในการลดลงมากขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อ ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ภาวะ hard-landing ของจีน


สำหรับภาวะเงินเฟ้อเป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักที่จะมีผลกระทบมากที่สุดในปี 2565 เนื่องจากตัวเลขคาดการณ์บ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อที่มีความหนืดมากขึ้น เมื่อเทียบกับแนวโน้มระยะสั้นของ FED ความเสี่ยงอื่นที่เป็นอันตรายมากกว่า ได้แก่ ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ และภาวะ hard-landing ของจีน แม้ว่าโดยทั่วไปเราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเลือกตั้งของประเทศไทย แต่การหาเสียงเลือกตั้งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของภาคส่วนที่อ่อนไหวต่อการเมือง เช่น นิคมอุตสาหกรรม EV,PPP และโครงการขนาดใหญ่


ธีมลงทุนทั้งหมด 6 รูปแบบ ได้แก่

-ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง (CPALL, OSP, LH และ STEC)

-Pent-up demand ของการเดินทาง (SPRC และ AWC)

-หุ้นกลุ่ม Anti Commodities plays (PTG ,GFPT, EPG และ BGRIM)

-อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น (BLA และ SCB)

-ผู้ได้ประโยชน์หลักจากกระแสความนิยมของรถยนต์ (KCE)

-การใช้ data usage 5G ที่เพิ่มขึ้น (ADVANC)



เปิด 6 ธีมหุ้นเด่นปีขาล!  ตัวไหนฟอร์มสวย

ที่มา : บล.กสิกไทย

ภาพประกอบ : พิกซาเบย์



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง