TNN online ผวาโควิดโอไมครอน ! ทุบหุ้นไทยหลุด 1,600 จุดในรอบ 3 เดือน

TNN ONLINE

Wealth

ผวาโควิดโอไมครอน ! ทุบหุ้นไทยหลุด 1,600 จุดในรอบ 3 เดือน

ผวาโควิดโอไมครอน ! ทุบหุ้นไทยหลุด 1,600 จุดในรอบ 3 เดือน

หุ้นไทยปิดร่วง 20.92 จุด ผวาโควิดโอไมครอน โบรกแนะถือเงินสด 25% ที่เหลือ 75% เกลี่ยน้ำ หนักการลงทุน มองแนวโน้มพรุ่งนี้ผันผวนต่อ กรอบแนวรับอยู่ที่ 1,572 จุด แนวต้าน 1,600 จุด ชู 3 หุ้นเด่นภูมิุคุ้มกันโควิด


นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,589.69 จุด ลบ 20.92 จุด หรือ 1.30 % ระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด1,617.55 จุด ต่ำสุด 1,587.78 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 115,806.02 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงนักลงทุนวิตกโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน เนื่องจากข้อมูลมีจำกัด ดังนั้นต้องติดตามว่าโรคมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และวัคซีนที่มีอยู่ปัจจุบันมีประสิทธิภาพหรือไม่ทำให้นักลงทุนมีความวิตกกังวลเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงการลงทุน


ดยหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นกลุ่มเปิดเมือง เช่น AOT ร่วง 5%KBANK 4% และ SCB 2.7% ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดลบ ยกเว้นอินโดนีเซีย และอิน

เดียบวก อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของหุ้นไทยวันนี้ถือเป็นการหลุด 1,600 จุดครั้งแรกในรอบ 3 เดือนนับจาก 25 ส.ค.ที่ผ่านมา


สำหรับแนวโน้มพรุ่งนี้หุ้นไทยยังผันผวนจากโควิดสายพันธุ์ใหม่กระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ญี่ปุ่นห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศเริ่ม 30 พ.ย.นี้. ส่วนสิงคโปร์กำลังพิจารณา ส่วนในไทยแม้ว่าผู้ติดเชื้อโควิดอยู่ในระดับต่ำ แต่ต้องระมัดระวังและประมาทไม่ได้


ด้านปัจจัยที่ติดต้องติดตามคือการแพร่ระบาดโควิดโอไมครอนว่าความรุนแรงและประสิทธิภาพวัคซีน รวมถึงตัวเลขภาคการผลิต PMI เดือนพ.ย.ของจีน


อย่างไรก็ตามช่วงตลาดผันผวนแนะนำถือเงินสด 25% อีก 75% กระจายความเสี่ยงเกลี่ยน้ำหนักการลงทุน ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ EMA 200 วันอยู่ที่ 1,572 จุด แนวต้านที่ 1,600 จุด


กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นมีภูมิคุ้มกันโควิดแนะนำ 3 หุ้นเด่น


นำโดย STGT (FV @ 40.00) หุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่อยู่รอดในยาม SET ผันผวนประเด็น COVID (อิงจากสถิติในอดีต) โดยคาดแม้กำไรสุทธิงวด 4Q64 จะปรับลดลงต่อเนื่อง ทั้ง QoQ และ YoY จากแนวโน้มราคาถุงมือยางปรับลดลง แต่ในเบื้องต้น คาดทิศทางกำไรสุทธิงวด 1Q65 จะฟื้นตัวจากงวด 4Q64 จากแนวโน้มปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นและราคาขายถุงมือยางทรงตัวจากงวด 4Q64 โดยราคาหุ้นผ่านการปรับฐานมาสักระยะ จนมี Valuation น่าสนใจ


หุ้นเด่นถัดมาคือ BCH (FV @ 25.00) ราคาหุ้นผ่านการปรับฐานไปค่อนข้างมาก หลังสถานการณ์ COVID ผ่านการช่วงเลวร้าย ขณะที่อิงเป้าหมายบริษัทในปี 2565 ไม่รวม Upside กรณีสายพันธุ์ใหม่ คาดรายได้เติบโตราว 106% อยู่ราว 1.65 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการปัจจุบันที่ฝ่ายวิจัยที่ทำไว้ที่ราว 1.0 หมื่นล้านบาทค่อนข้างมาก จาก Upside ในส่วนรายได้วัคซีนทางเลือก COVID


ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการที่ BCH คาดว่าจะมีปริมาณลูกค้ามากขึ้นหลังจากรักษา COVID ให้ผู้ที่ไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อนจำนวนมาก, อัตราใช้บริการ รพ. ใหม่ที่สูงต่อเนื่อง เบื้องต้นเชื่อว่ามีโอกาสปรับขึ้นจากระดับอนุรักษ์นิยมดังกล่าวในระยะถัดไป และมูลค่าพื้นฐานปี 2565 ยังคาดใกล้เคียงปี 2564 ที่ 25 บาท แนะนำ ซื้อ


หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ TU (FV @ 26.00) หุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์เวลาบาทอ่อนค่า คาดผันผวนน้อยกว่าตลาดฯ แม้คาดกำไรสุทธิงวด 4Q64 จะอ่อนตัวลงจากงวด 3Q64 จากธุรกิจ Red Lobster ที่อ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่คาดทิศทางกำไรสุทธิจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในงวด 1Q65 โดยคาดกำไรสุทธิปี 2564-65 จะเพิ่มขึ้น 21.9% yoy และ 3.4% yoy ขณะที่ Valuation น่าสนใจทั้งในมุมของ PE และ Div Yield



ผวาโควิดโอไมครอน ! ทุบหุ้นไทยหลุด 1,600 จุดในรอบ 3 เดือน


ที่มา : นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส

ภาพประกอบ: บล.เอเซีย พลัส





ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง