TNN online บาทเปิดอ่อนค่า ที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดมีท่าทีเร่งลดคิวอี

TNN ONLINE

Wealth

บาทเปิดอ่อนค่า ที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดมีท่าทีเร่งลดคิวอี

บาทเปิดอ่อนค่า ที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดมีท่าทีเร่งลดคิวอี

ธนาคารกรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลง เหตุนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย หลังการประชุมเฟดล่าสุดจ่อเร่งการลดคิวอี

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลง จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ โดยผู้เล่นในตลาดการเงินโดยรวมยังอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก หลังรายงานการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) ได้สะท้อนว่า เฟดพร้อมที่จะเร่งการลดคิวอี หากเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นและอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด รวมถึง ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้แข็งแกร่งกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังคงเชื่อว่าเฟดอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้เร็ว หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล้วนออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดการใช้จ่ายส่วนบุคคล (Personal Spending) ในเดือนตุลาคมที่ปรับตัวขึ้นกว่า 1.3% จากเดือนก่อน รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับราว 2 แสนราย ซึ่งเป็นระดับปกติในช่วงก่อนวิกฤติ COVID-19 และที่สำคัญ อัตราเงินเฟ้อ PCE ยังคงปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 5.0% ยิ่งสนับสนุนโอกาสที่เฟดจะเร่งลดคิวอีและขึ้นดอกเบี้ยได้หลายครั้งในปีหน้า


ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดจะยังคงกังวลแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วขึ้นของเฟด แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น +0.23% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq รีบาวด์ขึ้น +0.44% หลังจากที่ตลอดสัปดาห์หุ้นเทคฯ เผชิญแรงเทขายหนัก


ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX50 ย่อตัวลงต่อเนื่องถึง -0.18% จากประเด็นปัญหาการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ที่ยังคงกดดันให้ตลาดหุ้นยุโรปยังอยู่ในโหมดปรับฐานจากจุดสูงสุดก่อนหน้าต่อ โดยผู้เล่นในตลาดเลือกที่ขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม Cyclical อาทิ กลุ่มยานยนต์ Volkswagen -2.9%, Daimler -2.1% หรือ กลุ่มสินค้าแฟชั่น Inditex -2.7%, Adidas -1.4% หากหลายประเทศในยุโรปเผชิญมาตรการ Lockdown อีกครั้ง


ในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ผันผวนพอสมควร โดยในช่วงแรกบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 1.69% ก่อนที่จะย่อตัวลงสู่ระดับ 1.63% หลังจากที่รายงานการประชุมของเฟดล่าสุด รวมถึงถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Mary Daly ต่างทำให้ผู้เล่นในตลาดเชื่อว่า เฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้เร็ว ซึ่งภาพดังกล่าว ส่งผลให้ ยีลด์เคิร์ฟมีความชันน้อยลง (Flattening Curve) หรือบอนด์ยีลด์ระยะสั้นปรับตัวขึ้น ขณะที่บอนด์ยีลด์ระยะยาวย่อตัวลง ตามแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นหลายครั้งของเฟดในปีหน้า


ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เดินหน้าแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 96.88 จุด ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่สุดในรอบ 16 เดือน และเหนือความคาดหมายของเราไปมาก โดยการแข็งค่าของเงินดอลลาร์นั้นถูกหนุนโดยภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งและดูโดดเด่นกว่าภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงแนวโน้มเฟดอาจเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในปีหน้า นอกจากนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ เงินเยนของญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่า แตะระดับ 115.44 เยนต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกัน แนวโน้มเฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้เร็วและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ก็ยังคงกดดันให้ ราคาทองคำแกว่งตัว sideways ในช่วง 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเราคงมองว่า ระดับดังกล่าวจะเป็นแนวรับสำคัญที่ผู้เล่นบางส่วนยังคงรอกลับเข้ามาเก็งกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำในระยะสั้น


สำหรับวันนี้ ตลาดจะรอลุ้นว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.00% ได้หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้า BOK ได้ส่งสัญญาณพร้อมทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทว่า ล่าสุด การระบาดของ COVID-19 ในเกาหลีใต้ก็เริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้ง


อนึ่ง ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังความผันผวนในตลาด เนื่องจากวันนี้จะเป็นวันหยุดในฝั่งสหรัฐฯ ช่วงเทศกาล Thanksgiving ธุรกิจกรรมทางการเงินจากผู้เล่นในฝั่งต่างชาติอาจเบาบางลง



สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า แรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าอาจเบาบางลงได้บ้าง หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาและเงินดอลลาร์ก็เริ่มแตะแนวต้านเชิงเทคนิคัล ทำให้ผู้เล่นบางส่วนอาจเลือกขายทำกำไรเงินดอลลาร์ออกมาบ้าง แต่ทั้งนี้ ต้องระวังความผันผวนในฝั่งอ่อนค่าจากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นต่างชาติที่ก่อนหน้าได้เก็งกำไรเงินบาทแข็งค่า แต่เริ่มเผชิญการขาดทุนหลังเงินบาทพลิกอ่อนค่าเร็ว ซึ่งจะเห็นว่าล่าสุด ผู้เล่นต่างชาติได้ทยอยขายบอนด์ระยะสั้นสุทธิกว่า 1.6 พันล้านบาท ในวันก่อน


อนึ่ง ภาพเชิง Technical รายวันของเงินบาท โดยเฉพาะจากสัญญาณ MACD ยังคงสนับสนุนแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท แต่เราเชื่อว่า เงินบาทจะกลับไปเจอแนวต้านสำคัญในโซน 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ส่งออกบางรายยังรอขายเงินดอลลาร์ รวมถึงผู้เล่นต่างชาติอาจรอจังหวะกลับเข้ามาเก็งกำไรเงินบาทอีกรอบได้ นอกจากนี้ ต้องติดตามทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เพราะหากราคาทองคำรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ ก็จะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้บ้าง


มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.30-33.45 บาท/ดอลลาร์


ข้อมูล: ธนาคารกรุงไทย

ภาพประกอบข่าว : ธนาคารกรุงไทย,TNN Online

ข่าวแนะนำ