TNN online หุ้นไทยยืนบวกสวนภูมิภาค แรงซื้อ 3 กลุ่มบิ๊กแคปหนุน

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยยืนบวกสวนภูมิภาค แรงซื้อ 3 กลุ่มบิ๊กแคปหนุน

หุ้นไทยยืนบวกสวนภูมิภาค  แรงซื้อ 3 กลุ่มบิ๊กแคปหนุน

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 6.42 จุดสวนทางต่างประเทศที่ส่วนใหญปิดลบ รับเงินบาทแข็งค่า- แรงซื้อบิ๊กแคปกลุ่มสื่อสาร-โรงไฟฟ้า-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หนุน จับตา"ไบเดน"เลือก ประธานเฟดคนใหม่-โควิดยุโรปพุ่ง ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ 1,635 จุด แนวต้านที่ 1,660 จุด เน้น 3 หุ้นเด่น

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,651.02 จุด บวก 6.42 จุด หรือ 0.39 % ระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,653.68 จุด และต่ำสุดที่ 1,642.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 76,537.81 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดบวกสวนทางตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่ร่วงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป เนื่องจากกังวลในเรื่องเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยขาขึ้น นอกจากนี้ Valuation ตลาดหุ้นสหรัฐค่อนข้างแพง Forward P/E อยู่ที่ 23 เท่า ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 16 เท่า


สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าแตะระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในรอบ 2 เดือนหนุนให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าหุ้นไทยแม้ว่าดอลลาร์จะแข็งค่า นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมายังไม่ผ่านจุดสูงสุดหากเทียบกับเวียดนามและฮ่องกงจึงเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเพิ่ม ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดต่ำกว่า 1 หมื่นรายต่อเนื่องรอบ 1 เดือน


อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ดันดัชนีในวันนี้เป็นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร โรงไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ เช่น DELTA,DTAC,TRUE,EA ,SCGP และโรงพยาบาล เช่น BDMS คาดว่าผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น หลังเปิดประเทศ ส่วนหุ้นที่กดตลาด เช่น PTT,PTTEP เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง


ด้านปัจจัยที่ต้องติดตามคือการเลือกประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดคนใหม่ หลังจากที่นาย เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน เฟด คนปัจจุบันจะหมดวาระ อย่างเป็นทางการในเดือนก.พ.65 ซึ่งต้องดูว่านายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐจะเลือกใครระหว่างพาวเวลล์กับนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งคณะผู้ว่าการเฟด


นอกจากนี้ติดตามผู้ติดเชื้อในยุโรป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ เยอรมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่คาดว่าจะไม่รุนแรงถึงกับปิดประเทศ ส่วนกำไรบจ.ของตลาดหุ้นยุโรปมีแนวโน้มเป็นบวกและมีอัพไซด์หากเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่อัพไซด์จำกัด รวมถึง FTSE ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในประเทศใดบ้าง ขณะที่ในประเทศยังเป็นการเมืองนอกสภาฯ


อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยผ่านแนวต้านสำคัญ 1,651 จุด และถ้าผ่านแนวต้าน 1,658 จุดไปได้มีโอกาสที่ดัชนีจะไปแตะที่ระดับ 1,670 จุด เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่สามารถฝ่าแนวต้าน1,685 จุดไปได้ ดังนั้นหากดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะเข้าซื้อ ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ 1,635 จุดแนวต้านที่ 1,660 จุด เน้น 3 หุ้นเด่น


นำโดย TIDLOR ([email protected]) ธุรกิจกลับมาฟื้นตัวแล้ว น่าทยอยสะสมกำไรสุทธิงวด 3Q64 เติบโตตามคาด จากสินเชื่อเติบโตและการเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดทิศทางกำไรสุทธิงวด 4Q64 จะเติบโตต่อเนื่อง จากการเข้าช่วง ฤดูกาลปล่อยสินเชื่อและขายประกัน รวมไปถึงผลบวกจากการคลาย lock down ช่วยให้แนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ปรับลดลงด้วยเช่นกัน


หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ DOHOME กำไร 9M64 เติบโต 171% ขณะที่เชื่อ 4Q64 จะโตสูงเกิน100% สะท้อนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ต.ค. ที่กลับมาสูง 40% บวกกับ การเร่งผลักดันยอดขายพนักงานหน้าร้านให้เป็นตามเป้าหมายทั้งปี ยังเห็น SSSG พ.ย. ที่ยืนระดับสูงได้คงคาดปี 2564 เติบโตเด่น 159% และคาดเพิ่มขึ้นอีก12.9% ในปี 2565 แม้เด่นลดลงในปี 2565 จากฐานสูงที่ได้อานิสงส์ราคาเหล็กเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด


แต่เชื่อว่าเติบโตต่ออีกหลายปี จากจุดแข็งบริษัทและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ยังเอื้อ Valuation ยังน่าลงทุนภายใต้ประมาณการ ได้ FV ปี 2565 ที่ 30.7 บาท มีUpside เกิน 25%



หุ้นเด่นตัวสุดท้าย TASCO ([email protected]) ได้เวลาทำถนนงวด 3Q64 กำไรหดตัว 56%Q0Q จากการรับรู้ Hedging Loss ประกอบกับตลาดในประเทศที่มี mar gin สูงเข้าสู่ช่วง Low Season


ที่มา :นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส

ภาพประกอบ : บล.เอเซีย พลัส

ข่าวแนะนำ