TNN online ศูนย์วิจัยฯ ชี้เศรษฐกิจไทยไม่เกิด Stagflation คาดปีหน้าจีดีพีโต 3.7%

TNN ONLINE

Wealth

ศูนย์วิจัยฯ ชี้เศรษฐกิจไทยไม่เกิด Stagflation คาดปีหน้าจีดีพีโต 3.7%

ศูนย์วิจัยฯ ชี้เศรษฐกิจไทยไม่เกิด Stagflation คาดปีหน้าจีดีพีโต 3.7%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเป้าจีดีพีปีนี้บวก 0.2% รับอานิสงส์กระจายวัคซีน-คลายล็อกดาวน์เร็วกว่าคาด ชี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เกิด Stagflation แม้เผชิญความเสี่ยงพลังงาน-เงินเฟ้อพุ่ง มองจีดีพีปีหน้าโต 3.7% หากฉีดวัคซีนคลุมประชากรทั่วประเทศ มองน้ำท่วมฉุดจีดีพี 0.16%

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ปรับทบทวนจีดีพีใหม่เป็นบวก 0.2% จากเดิมที่ติดลบ 0.5% เป็นผลมาจากการกระจายวัคซีนที่เร็วกว่าคาดและผ่อนปรนล็อกดาวน์ รวมถึงเปิดประเทศเร็วกว่าคาดช่วยให้บรรยากาศใช้จ่ายดีกว่าส.ค.ที่ผ่านมา และปรับท่องเที่ยวต่างชาติ 1.5 แสนคนเป็น 1.8 แสนคน ส่วนช่วงที่เหลือของปีมีความเสี่ยงเรื่องผลกระทบน้ำท่วม และอาจมีพายุลูกใหม่เข้ามา ตลอดจนน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น


" ผลกระทบจากน้ำท่วมและภาระการครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก ตลอดจนความเสี่ยงที่การแพร่เชื้อในประเทศจะกลับมาหลังเปิดประเทศยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2564 เป็นไปอย่างจำกัด"


ส่วนปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวที่ 3.7% จากความครอบคลุมของประชากรที่จะได้รับวัคซีนเกินกว่า 70% ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ลง และการดำเนินธุรกิจไม่หยุดชะงัก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการส่งออก การใช้จ่ายครัวเรือนที่ฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำและการกลับมาบริโภคหลังจากอั้นไว้ในช่วงล็อกดาวน์


ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงจะอยู่ที่ราคาพลังงานสูงและเงินเฟ้อ แต่เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น) โดยมองเงินเฟ้อในปี 2565 ที่ 1.6% บนเงื่อนไขที่ราคาน้ำมันโลกไม่ได้ยืนอยู่ในระดับสูงมากกว่า 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลเป็นระยะเวลายาวต่อเนื่อง


นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งภาคเกษตร ซึ่งน่าจะกระทบทั้งหมดประมาณ 6-7 ล้านไร่ รวมถึงนอกภาคเกษตร ที่สำคัญคือ ภาคบริการและแรงงานรับจ้างรายวันที่ได้รับผลกระทบจากการที่ธุรกิจหยุดชะงักลงบางพื้นที่ในกว่า 30 จังหวัด ดังนั้น โดยรวมแล้ว คาดว่ากระทบเศรษฐกิจไทยประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.16% ของจีดีพี คิดเป็น 0.16% ของจีดีพี เป็นภาคเกษตร 1.2 หมื่นล้านและ บริการ ค้าปลีก ขนส่ง รับจ้างรายวัน 1.3 หมื่นล้าน ซึ่งน้อยกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2551, 2553 และ 2560 ที่ผ่านมา และได้รวมผลกระทบข้างต้นในประมาณการจีดีพีปี 2564 แล้ว


สำหรับผลกระทบต่อราคาน้ำมันสูงต่อธุรกิจในปี 2564 นางสาวเกวลิน มองว่า ในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลในระยะที่เหลือของปีนี้ อยู่ในช่วง 25.0-29.2 บาทต่อลิตร จะมีผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.55-0.73% และต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.33-0.44% หรือรวมกันธุรกิจจะมีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1% แต่ท่ามกลางภาวะที่ราคาน้ำมันชนิดอื่นๆ ปรับขึ้นแรงกว่าน้ำมันดีเซลที่ยังมีกลไกการดูแลราคาจากภาครัฐ รวมถึงการที่ต้นทุนอื่นๆ โน้มเพิ่มขึ้นในภาวะที่ยอดขายยังไม่กลับมา ก็ย่อมจะเพิ่มโจทย์การฟื้นตัวให้กับภาคธุรกิจ ขณะที่ ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันต่อในปีหน้าด้วย


ที่มา: บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ภาพประกอบ :บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง