TNN online ทนไม่ไหว ! สรท.ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง "บิ๊กตู่" เยียวยาผู้ส่งออก

TNN ONLINE

Wealth

ทนไม่ไหว ! สรท.ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง "บิ๊กตู่" เยียวยาผู้ส่งออก

ทนไม่ไหว ! สรท.ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง บิ๊กตู่ เยียวยาผู้ส่งออก

สรท.ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง "บิ๊กตู่-จุรินทร์-ศักดิ์สยาม-อธิรัฐ" 11 ต.ค.นี้ วอนใช้เงินงบประมาณ 427 ล้านเยียวยาผู้ส่งออกขจัดปัญหาตู้ขาดแคลนให้ตรงจุด แนะตีกรอบเงื่อนไขตู้เปล่าขั้นต่ำเข้ามาในประเทศ -จัดสรรพื้นที่ระวางเรือให้เพียงพอต่อส่งออกสินค้าไทย

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผู้ส่งออกยังคงประสบปัญหาจากการให้บริการของสายการเดินเรือ 1. ตู้สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการส่งออกตามอุปสงค์ของตลาดโลก ทำให้ต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกลงจาก 15% เหลือเพียง 12% ในปี 2564


2. สายการเดินเรือจัดสรรพื้นที่ระวางเรือไม่เพียงพอกับปริมาณตู้สินค้าที่ออกจากประเทศไทย ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้าให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ


3. ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น 200-700% จนมีต้นทุนการขนส่งใกล้เคียงราคาสินค้า 4. ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มอื่นที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของเรือถูกผลักภาระมาให้ผู้ส่งออกรับผิดชอบ


5.คุณภาพของการให้บริการของสายการเดินเรือลดลงอย่างมาก ไม่สอดคล้องกับค่าระวางการขนส่งที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ความล่าช้าในการส่งมอบตู้สินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง การส่งมอบสินค้า ณ ท่าเรือปลายทาง



ทนไม่ไหว ! สรท.ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงบิ๊กตู่เยียวยาผู้ส่งออก

ขณะที่สภาพตู้คอนเทนเนอร์ สำหรับการบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก ที่ชำรุดและไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ส่งออกต้องการทำให้เกิดต้นทุนและการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ซื้อในต่างประเทศ การลดความถี่และจำนวนเที่ยวเดินเรือในการเดินเรือทำให้มีตัวเลือกในการใช้บริการน้อยลง ส่งผลให้ผู้ส่งออกไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงปลายทางในวันและเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขาย

ดังนั้นในวันที่ 11 ต.ค.นี้ สรท.จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรมว.พาณิชย์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยขอให้รัฐนำงบประมาณ 427 ล้านบาท แก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้สินค้าที่เกิดขึ้นให้เกิดประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ในการส่งเสริมการส่งออกของไทย


ทั้งนี้เห็นว่าการให้ส่วนลดย้อนหลังแก่สายการเดินเรือที่นำเข้าตู้เปล่าระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค.64 ที่ผ่านไปแล้ว ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสายการเดินเรือจะมีการนำเข้าตู้เปล่าและจัดสรรให้เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ส่งออกในอนาคต


  1. ดังนั้น การให้ส่วนลดค่าภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าและชดเชยค่ายกขนตู้สินค้าเปล่าจึงควรกำหนดเงื่อนไขให้สายการเดินเรือต้องยืนยันปริมาณตู้สินค้าเปล่าขั้นต่ำที่จะนำเข้ามาในประเทศ และการจัดสรรพื้นที่ระวางเรือ ให้เพียงพอต่อความต้องการของการส่งออกสินค้าของไทยในแต่ละเดือนต่อจากนี้

  2. ในกรณีที่สายการเดินเรือไม่สามารถยืนยันปริมาณตู้สินค้าเปล่าขั้นต่ำให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ส่งออก หรือในทางปฏิบัติผู้ส่งออกยังไม่ได้รับการจัดสรรตู้สินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ อาทิ สายการเดินเรือยังมีการปฏิเสธการรับจองตู้และระวางการขนส่ง สายการเดินเรือยังมีการส่งมอบตู้สินค้าล่าช้าจากที่ได้ยืนยันกำหนดการกับผู้ส่งออก

  3. ทั้งนี้เห็นว่าควรมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กับผู้ส่งออกซึ่งเป็นผู้ประสบปัญหาที่แท้จริงโดยตรง เพื่อให้ได้รับการเยียวยาจากปัญหาค่าระวางที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และไม่ได้รับการจัดสรรตู้สินค้า และการจัดสรรพื้นที่ระวางเรือ ให้เพียงพอต่อความต้องการของการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 427 ล้านบาท เพื่อให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยนำไปใช้ในการเยียวยาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า โดยมีรายละเอียดใน 2 ประเด็นหลักคือ


1. ท่าเรือกรุงเทพ ปรับลดค่าภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ ในอัตรา 1,000 บาทต่อทีอียู เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค.64 รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 5.08 ล้านบาท


2. ท่าเรือแหลมฉบัง ชดเชยค่ายกขนตู้สินค้าให้แก่เอกชนผู้ประกอบการนำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยจ่ายส่วนลดคืนในอัตรา 1,000 บาทต่อทีอียู เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ม.ค.-มี.ค.64 ร รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 422 ล้านบาท


ทั้งนี้ข้อเสนอของภาคเอกชนในการขอให้ปรับลดค่าภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าและชดเชยค่ายกขนตู้สินค้าเปล่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สายการเดินเรือมีการนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาในไทยมากขึ้น และเพียงพอกับความต้องการของผู้ส่งออก


ที่มา : นายชัยชาญ เจริญสุข ประธาน สรท.

ภาพประกอบ : สรท.,พิกซาเบย์

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง