TNN online “โกลเบล็ก”เสิร์ฟ 5 หุ้นเด่น รับผลบวกศบค.ปลดล็อกโรงหนัง-ลดเวลาเคอร์ฟิว

TNN ONLINE

Wealth

“โกลเบล็ก”เสิร์ฟ 5 หุ้นเด่น รับผลบวกศบค.ปลดล็อกโรงหนัง-ลดเวลาเคอร์ฟิว

“โกลเบล็ก”เสิร์ฟ 5 หุ้นเด่น รับผลบวกศบค.ปลดล็อกโรงหนัง-ลดเวลาเคอร์ฟิว

โกลเบล็กมองหุ้นไทย Sideway Up รับข่าวบวกจีนพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19สายพันธุ์เดลตา บวกแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคาร- หุ้นกลุ่มสื่อสาร-พลังงาน หนุนเคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,660 จุด แนะกลยุทธ์ช้อปหุ้นได้ประโยชน์จาก ศบค. ปลดล็อกเปิดโรงหนัง-ลดเวลาเคอร์ฟิว

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยแกว่ง Side way Up จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาเพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทซื่อชวน โคลเวอร์ (Sichuan Clover) ผู้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สัญชาติจีนเปิดเผยผลการทดลองวัคซีนระบุว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพ 79% ป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการรุนแรงทุกระดับที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา


รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ยังคงมีต่อเนื่อง โดยคาดว่าวันพฤหัสบดีนี้สภาผู้แทนราษฎรฯ จะลงมติเพื่อผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบไตรมาส 3/2564


อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคาร หุ้นกลุ่มสื่อสาร และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 1,600-1,660 จุด


นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาปัจจัยต่างๆ อาทิ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด การรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในงาน BOT Symposium 2021 ของธนาคารแห่งประเทศไทย อียูรายงานความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนก.ย. สหรัฐ เปิดเผยยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนส.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ จีนรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการ เดือนก.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. และการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันของโอเปกพลัส


ดังนั้นแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการประกาศของศบค.ในการผ่อนคลายเปิดโรงภาพยนตร์ อีกทั้งลดเวลาเคอร์ฟิว เป็นช่วงเวลา 22.00-04.00 น. และเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ตลาด และสนามกีฬากลางแจ้ง หรือในร่มที่อากาศถ่ายเทสะดวกได้ถึง 21.00 น. ได้แก่หุ้น MAJOR, AU, ZEN, M และ CPALL


นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สู่ 1,763 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวลงก่อนในช่วงต้นสัปดาห์เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 1.33%


สำหรับการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นอกจากนี้ประธานเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0% และหากเศรษฐกิจมีความคืบหน้าตามที่คาดการณ์ไว้ได้เตรียมปรับลดวงเงิน QE ในไม่ช้าส่งผลให้ทองคำลดช่วงบวกลง เนื่องจากการปรับลด QE จะทำให้อุปทานเงินดอลลาร์ลดลงส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกดดันต่อราคาทองคำ


อย่างไรก็ตามทองคำได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากบริษัทเอเวอร์แกรนด์ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัททีเอส ลอมบาร์ด เตือนว่า การผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์จะทำให้วิกฤตการณ์ทางการเงินลุกลามออกไปจนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก



ฝ่ายวิจัยประเมินกรอบทองคำในสัปดาห์นี้ที่ 1,730-1,780 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยแนะนำให้หาจังหวะ Short เมื่อทองคำปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้าน เนื่องจากเฟดเตรียมปรับลดวงเงิน QE ภายในปลายปีนี้ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำในระยะกลาง โดยในปี 2013 ที่มีการปรับลดวงเงิน QE ราคาทองคำจะปรับตัวลงและแตะจุดต่ำสุด ณ เดือนที่เฟดมีการปรับลดวงเงิน QE


ที่มา : บล. โกลเบล็ก

ภาพประกอบ : บล. โกลเบล็ก

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง