หุ้นไทยปิดบวก 7.65 จุด จากแรงซื้อเก็งกำไร-การปรับพอร์ตของสถาบันช่วงโควิด

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยปิดบวก 7.65 จุด จากแรงซื้อเก็งกำไร-การปรับพอร์ตของสถาบันช่วงโควิด

หุ้นไทยปิดบวก 7.65 จุด จากแรงซื้อเก็งกำไร-การปรับพอร์ตของสถาบันช่วงโควิด

หุ้นไทยปิดวันนี้ที่ระดับ 1,551.87 จุด เพิ่มขึ้น 7.65 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 81,901.65 ล้านบาท จากแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นหลายตัวที่ปรับลง การปรับพอร์ตของสถาบันช่วงโควิดและกลุ่มนอนแบงก์หนุน

วันนี้ (18ส.ค.2564) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,551.87 จุด เพิ่มขึ้น 7.65 จุด (+0.50%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 81,901.65 ล้านบาท ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,557.08 จุด และระดับต่ำสุด 1,545.33 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 901 หลักทรัพย์ ลดลง 783 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 508 หลักทรัพย์ โดยบรรยากาศหุ้นไทยวันที่ 18 ส.ค.64 เคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน จากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นหลายตัวที่ปรับตัวลงในช่วงก่อนหน้านี้และกลุ่มเปิดเมือง เช่น ท่องเที่ยว ศูนย์การค้า ค้าปลีก รวมทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน ที่เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากภาพรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มทรงตัว


นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยยังคงขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น และการเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับแรงซื้อ-ขายของสถาบันในประเทศเป็นหลัก โดยรวมสถานการณ์โควิด-19 ยังน่าเป็นห่วงและไม่เอื้อให้ศบค.ผ่อนคลายล็อกดาวน์เร็วๆนี้ และกดดันให้จีดีพีไตรมาส3 ปีนี้เป็นจุดต่ำสุดของปี ขณะที่ไตรมาส4 ประเมินว่าการเมืองจะมีความร้อนแรงมากขึ้นหลังผ่านงบประมาณปี65 โดยเฉพาะประเด็นการยุบสภา ด้านธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คาดว่าจะส่งสัญญาณและทยอยลดคิวอีปลายปี ทำให้เงินทุนต่างชาติยังไม่กลับมาไหลเข้า


ด้านนักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันในลักษณะนิ่ง ๆ ทำให้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตการลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันเข้ามาจับตาหุ้นที่ยัง Laggard หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด ทำให้ดัชนีฯสามารถปรับตัวขึ้นมาแถว 1,550 จุดได้

นอกจากนี้ ตลาดฯยังได้แรงหนุนจากกลุ่ม Non-Bank ที่ปรับตัวขึ้นมาตอบรับประเด็นที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจผ่านจุดต่ำสุด (Bottom) ไปแล้ว หลังจาก MTC ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด

อย่างไรก็ดี upside ตลาดฯก็ชะลอลงระหว่างการรอติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในคืนนี้จะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะเปิดเผยการประชุมของวันที่ 27-28 ก.ค.จะมีการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่


ส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.)คาดว่าทิศทางตลาดฯขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของประธานเฟดหากส่งสัญญาณลด QE ตลาดฯก็มีโอกาสพักตัว โดยมีแนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560 จุด พร้อมให้ติดตามปัจจัยในประเทศว่าภาครัฐจะผ่อนคลายมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโวิดหรือไม่อย่างไร และติดตามยอดผู้ติดเชื้อต่อไป


สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,991.09 ล้านบาท ปิดที่ 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท

2.BCH มูลค่าการซื้อขาย 2,294.09 ล้านบาท ปิดที่ 23.40 บาท ลดลง 1.40 บาท

3.GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,243.94 ล้านบาท ปิดที่ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

4.KCE มูลค่าการซื้อขาย 2,236.84 ล้านบาท ปิดที่ 85.75 บาท ลดลง 0.75 บาท

5.MTC มูลค่าการซื้อขาย 1,874.37 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท

หุ้นไทยปิดบวก 7.65 จุด จากแรงซื้อเก็งกำไร-การปรับพอร์ตของสถาบันช่วงโควิด

ข่าวแนะนำ