เงินบาทพลิกแข็งค่า ! หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าตลาดคาด

TNN ONLINE

Wealth

เงินบาทพลิกแข็งค่า ! หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าตลาดคาด

เงินบาทพลิกแข็งค่า ! หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าตลาดคาด

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ ที่ระดับ 33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังจากที่สหรัฐ ฯ ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อก.ค. ต่ำกว่าตลาดคาด ดันดอลลาร์อ่อนค่าหนัก จับตาตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกพุ่งไม่หยุด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ ที่ระดับ 33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 11 ส.ค.) ซึ่งเป็นการแข็งค่าในรอบ 10 วัน นับจาก 4 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐ ฯ ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อก.ค. เพิ่มขึ้น 0.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากเดิมมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.9% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือนในรอบ 15 เดือนทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลงอย่างมาก


ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าเร็วและแรง จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงที่ตลาดการเงินฝั่งไทยปิดทำการ แต่เราคงมองว่าค่าเงินบาทยังมีโอกาสผันผวนและอ่อนค่าลงจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 รวมถึงโมเมนตัมขาขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่จากท่าทีสนับสนุนการทยอยลดคิวอีในปีนี้ของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด


โดยในส่วนของเงินดอลลาร์ เรามองว่า เงินดอลลาร์ยังมีแรงหนุนจากแนวโน้มเฟดทยอยลดคิวอีได้เร็วกว่าคาดไปจนถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่จะมีงานสัมมนาเฟดที่ Jackson Hole ซึ่งต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ


ทั้งการจ้างงาน อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก หรือ ดัชนีการจ้างงานของรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) เพราะหากข้อมูลดังกล่าวออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดเริ่มไม่แน่ใจว่า เฟดอาจลดคิวอีได้เร็ว ทำให้ เงินดอลลาร์อาจชะลอการแข็งค่าหรืออ่อนค่าลงมาได้บ้าง


นอกจากนี้ประเด็นการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกและในไทย ยังมีผลสำคัญต่อทิศทางเงินดอลลาร์และเงินบาท โดยหากสถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้นในฝั่งยุโรป รวมถึงในฝั่งเอเชีย เงินดอลลาร์ก็อาจเริ่มอ่อนค่าลงได้ ทั้งนี้ เรามองว่า สถาน การณ์การระบาดในฝั่งไทยยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะดีขึ้นในระยะสั้น ทำให้ นักลงทุนต่างชาติสามารถเดินหน้าเทขายสินทรัพย์ไทย กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้


ในส่วนโฟลว์การทำธุรกรรม เราเชื่อว่า บรรดาผู้นำเข้าจะทยอยเข้ามาซื้อเงินดอลลาร์ ในช่วงจังหวะที่เงินบาทกลับมาแข็งค่า ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าว จะช่วยหนุนให้ เงินบาทไม่ได้แข็งค่าไปมาก และมีโซนแนวรับสำคัญใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์


อนึ่งความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาด COVID-19 อาจทำให้ทิศทางของเงินบาทยังคงผันผวนอยู่ในระยะสั้น ผู้ประกอบการจึงควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้หลากหลายมากขึ้น อาทิ ใช้ Options เพื่อช่วยปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.05-33.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


ตลาดการเงินในฝั่งสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นราว +0.30% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปิดบวกกว่า +0.35% ท่ามกลางความหวังแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจและรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง อาทิ Disney ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 5.5% หลังประกาศผลกำไรดีกว่าคาด จากธุรกิจ Strea ming Disney+ ที่มีสมาชิกสูงกว่าที่ตลาดมองไว้ ขณะเดียวกัน ธุรกิจสวนสนุกก็กลับมากำไรสูงกว่าคาด หลังผู้คนเริ่มกลับมาเที่ยวมาขึ้นจากการทยอยเปิดเมือง


ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ก็ปรับตัวขึ้น +0.48% ตามบรรยากาศตลาดการเงินโดยรวมที่เดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้เล่นในตลาดยังคงมีความหวังต่อแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรป ดังจะเห็นได้จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่ม Cyclical อาทิ กลุ่มยานยนต์ Volkswagen +1.5%, BMW +1.3% หรือกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย Adi das +1.7%, Intidex +1.2% (แบรนด์ Zara), Louis Vuitton +1.0%


ทางด้านตลาดบอนด์ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด รวมถึงผลประมูลบอนด์ 30 ปี สหรัฐฯ ที่มีความต้องการของผู้เล่นในตลาดน้อยกว่าคาด และเสียงสนับสนุนการทยอยลดคิวอีภายในปีนี้จากบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ได้ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 1.36%


ซึ่งการเคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่า บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 1.50%-1.60% ณ สิ้นปีนี้


ส่วนในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ยังคงมีโมเมนตัมขาขึ้นหนุนอยู่ หลังบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่างออกมาสนับสนุนการทยอยปรับลดคิวอีภายในปีนี้ แม้ว่า ในช่วงวันที่ 11 และวันที่ 12 สิงหาคม เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม ออกมาอยู่ที่ระดับ 5.4% ซึ่งไม่ได้เร่งตัวขึ้นไปมากนัก ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 93 จุด แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากที่ย่อลงใกล้ระดับ 92.8 จุด หลังประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในวันที่ 11 สิงหาคม


สำหรับวันนี้ ตลาดจะติดตามแนวโน้มสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก โดยในฝั่งประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่าง สหรัฐฯ และ จีน


ซึ่งสหรัฐฯ ตลาดมองว่า ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจกดดันให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U of Michi gan Consumer Sentiment) เดือนสิงหาคม ลดลงสู่ระดับ 81 จุด และอาจสะท้อนว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงภาคการบริการของสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงได้ในระยะสั้น สอดคล้องกับประมาณการผลประกอบการของบริษัทที่พักแรม อาทิ Airbnb ที่มองว่ายอดจองที่พักอาจลดลง หลังสหรัฐฯ เผชิญการระบาดของ Delta ที่รุนแรงมากขึ้น


เงินบาทพลิกแข็งค่า ! หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าตลาดคาด

ข่าวแนะนำ