ดาวโจนส์บวก 162.82 จุด รับผ่านร่างกม.โครงสร้างพื้นฐาน

TNN ONLINE

Wealth

ดาวโจนส์บวก 162.82 จุด รับผ่านร่างกม.โครงสร้างพื้นฐาน

ดาวโจนส์บวก 162.82 จุด รับผ่านร่างกม.โครงสร้างพื้นฐาน

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 162.82 จุด ขานรับวุฒิสภาผ่านร่างกม.โครงสร้างพื้นฐาน

วันนี้(11 ส.ค. 64)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยดาวโจนส์ และ S&P500 ต่างก็ปิดทำนิวไฮ ขานรับข่าววุฒิสภาสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงานในสหรัฐ โดยข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค และหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงหุ้นสายการบินและธุรกิจเรือสำราญ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,264.67 จุด เพิ่มขึ้น 162.82 จุด หรือ +0.46% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,436.75 จุด เพิ่มขึ้น 4.40 จุด หรือ +0.10% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,788.09 จุด ลดลง 72.09 จุด หรือ -0.49%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 69-30 เสียง ผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และสร้างงานครั้งใหญ่ให้แก่ชาวอเมริกัน โดยโครงการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกนั้น จะรวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณครั้งใหม่วงเงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมโครงการสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ ปัจจัยพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และโครงการอื่นๆ

รายงานระบุว่า วุฒิสมาชิกสังกัดพรรคเดโมแครตทั้ง 50 คนต่างลงคะแนนเสียงเห็นชอบต่อร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันจำนวน 19 คน สำหรับในขั้นตอนต่อไปนั้น วุฒิสภาจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.72% หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.69% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ เพิ่มขึ้น 1.86% หุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.71% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 1.83%

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นขานรับข่าววุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยหุ้นพีจีแอนด์อี คอร์ปอเรชั่น ทะยานขึ้น 6.48% หุ้นดุ๊ค เอนเนอร์จี บวก 0.71% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 2.48% หุ้นโบอิ้ง เพิ่มขึ้น 1.51% หุ้น 3M บวก 0.92% หุ้นฮันนีเวลล์ พุ่งขึ้น 1.6%

หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญพุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ทะยานขึ้น 2.98% หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ดีดขึ้น 1.85% หุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 2.65% หุ้นคาร์นิวัล คอร์ป พุ่งขึ้น 4.14% หุ้นรอยัล คาริบเบียน ครูส เพิ่มขึ้น 3.4% หุ้นนอร์วีเจียน ครูส ไลน์ พุ่งขึ้น 4.7%

หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 1.337% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 2.02% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดขึ้น 1.87% หุ้นเจพีมอร์แกน บวก 1.23% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ เพิ่มขึ้น 1.29% หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 2.04%

อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐได้ฉุดกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 0.66% หุ้นแอปเปิล ปรับตัวลง 0.34% หุ้นแอมะซอน ลดลง 0.63% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ลดลง 0.79%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ประสิทธิภาพในการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.5% ส่วนต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 1.0% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบรายไตรมาส หลังจากหดตัว 2.8% ในไตรมาส 1

ทางด้านสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลง 2.8 จุด สู่ระดับ 99.7 ในเดือนก.ค. หลังจากดีดตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. โดย NFIB ระบุว่า ภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนแรงงาน และเงินเฟ้อที่ก่อตัวขึ้น

นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในวันนี้ และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ในวันพรุ่งนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง