อุณหภูมิหุ้นไทยระอุเสี่ยงซึมยาว! วิตกโควิดเดลต้าครองเมืองทุบหุ้นร่วงลึก 140 จุด

TNN ONLINE

Wealth

อุณหภูมิหุ้นไทยระอุเสี่ยงซึมยาว! วิตกโควิดเดลต้าครองเมืองทุบหุ้นร่วงลึก 140 จุด

อุณหภูมิหุ้นไทยระอุเสี่ยงซึมยาว! วิตกโควิดเดลต้าครองเมืองทุบหุ้นร่วงลึก 140 จุด

โบรกเผยสถิติหุ้นไทยเดือนส.ค.ย้อนหลัง 10 ปีต่างชาติขายเฉลี่ยสุทธิ 1.8 หมื่นล้านบาท ชี้ SET Index ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงใน-นอกประเทศรุมเร้า วิตกโควิดยืดเยื้อลากยาวฉุดกำไรบจ.หายวับ 7 หมื่นล้าน EPS64F ลดลง 6 บาท/หุ้น ถ่วงดัชนีเป้าหมายมีโอกาสลดลงถึง 140 จุด ชูหุ้นเติบโต-ปันผลสูง

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือน ส.ค. โดยปกติในอดีต รอบ 10 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างปี 2554-2563) พบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนติดลบรวม 5 ครั้ง ปรับขึ้นเพียง 5 ครั้ง และค่าเฉลี่ย 10 ปี ดัชนี SET ปรับลง 1.18%


ทั้งนี้หากพิจารณาแรงซื้อ-ขายจากต่างชาติ (Foreign) จากสถิติ 10 ปี พบว่า ขายสุทธิหุ้นไทย 8 ครั้ง ซื้อสุทธิ 2 ครั้ง หรือขายเฉลี่ยสุทธิ 1.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเดือน ส.ค.ปีนี้แรงขายจากต่างชาติคาดว่ายังมีอยู่


สำหรับปัจจัยกดดันเริ่มจาก 1. การส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของ Fed จากการประชุมช่วงกลางเดือน หรือการประชุม Jackson Hole ช่วงปลายเดือนส.ค. กดดันให้นักลงทุนน่าจะอยู่ในสภาวะ Wait and See เพื่อรอการส่งสัญญาณของ Fed ที่ชัดเจนขึ้น


2. บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นฝั่งเอเซียยังผันผวนจากความไม่แน่นอน ถ้าทางการจีนยังเพิ่มความเข้มงวดการกำกับดูแลธุรกิจ


3. โควิดสายพันธเดลต้าแพร่ระบาดหนักในไทย โดยช่วงปลายเดือน ก.ค. มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 1.7 หมื่นราย/วัน และถ้าเทียบต่อสัดส่วนประชากร ยังสูงสุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้าง Downside ทางเศรษฐกิจทั้งในมุมมองสำนักวิ เคราะห์เศรษฐกิจในไทยที่เคยคาดว่า GDP ไทยปี 2564 จะขยายตัวเฉลี่ยราว 2% เริ่มทยอยปรับลดประมาณการลงมาเหลือเฉลี่ยราว 1% (ASPS ประเมิน GDP64F มีโอกาสติดลบ)


รวมถึงมุมมองต่างชาติอย่าง IMF ก็ปรับลด GDP64F ไทยลงเช่นกัน ล่าสุดเหลือ 2.1% โดยทั้ง 3 ปัจจัยที่มากระจุกตัวรวมกันในเดือน ส.ค. ล้วนกดดัน Fund Flow ต่างชาติยังมีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 หรือขายสุทธิทุกเดือนในปีนี้


นอกจากนี้เดือน ส.ค. ยังเป็นฤดูกาลรายงานงบ 2Q64 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินจากข้อมูลการทำ Earning Preview 48 บริษัท พบว่า กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 67%yoy แต่ลดลง -5%qoq แสดงว่า มีโอกาสที่ผลประกอบการยังดี แต่น่าจะผ่านจุดสูงสุดในงวด 1Q64 ไปแล้ว


แม้ส่วนใหญ่บริษัททำผลประกอบการงวด 2Q64 ดี และเติบโต yoy แต่นักลงทุนจะต้องระวังกับดักงบ 2Q64 เนื่องจากช่วงเดือน ส.ค. น่าจะมีการทยอยปรับลดประมาณการลงหลายบริษัท จากความเสี่ยง Covid-19 กลับมาระบาดแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ กลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, รับเหมาฯ, บันเทิง และศูนย์การค้า


ที่สำคัญคือ มุมมองของ Bloomberg Consensus ยังแทบไม่มีการใส่ผลกระทบ Covid-19 ระลอกใหม่เข้าไปเลย ล่าสุด EPS64F ทรงตัวอยู่ระดับสูง 83.5 บาท/หุ้น (สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมิน 71.2 บาท/หุ้น)


โดยเบื้องต้นฝ่ายวิจัย ASPS ลองประเมินผลกระทบ Covid-19 ระลอกใหม่ว่าสร้าง Downside ต่อดัชนีราวกี่จุด โดยการกำ หนดให้กำไรช่วง 2H64 = กำไรงวด 2Q63+3Q63 พบว่า ประมาณการกำไรทั้งปีมี Downside ราว 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น EPS64F ลดลงราว 6 บาท/หุ้น หรือส่งผลให้ดัชนีเป้าหมายมีโอกาสลดลงได้ถึง 140 จุด


ภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ในเดือน ส.ค. กดดันให้การลงทุนจำเป็นต้องกระชับพอร์ต แนะนำถือเงินสดราว 20-30% ส่วนกล ยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกหุ้นงบ 2Q64 เติบโตดี พร้อมกับมีปันผลสูง (MCS, TVO, SAPPE, SAT) หรือได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ค่อนข้างจำกัด (GPSC, JMART, DOHOME)


อุณหภูมิหุ้นไทยระอุเสี่ยงซึมยาว! วิตกโควิดเดลต้าครองเมืองทุบหุ้นร่วงลึก 140 จุด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง