เงินบาทแข็ง! รับข่าวเฟดตรึงดอกเบี้ย-อัดสภาพคล่อง

TNN ONLINE

Wealth

เงินบาทแข็ง! รับข่าวเฟดตรึงดอกเบี้ย-อัดสภาพคล่อง

เงินบาทแข็ง! รับข่าวเฟดตรึงดอกเบี้ย-อัดสภาพคล่อง

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหลังเฟดยันเดินหน้าใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย-อัดฉีดสภาพคล่องผ่านการซื้อสินทรัพย์ในอัตรา 120 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน จับตารายงานประกาศงบไตรมาส 2/64 บริษัทจดทะเบียน-ผู้ติดเชื้อโควิดทั้งใน-นอกประเทศ


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ( 27 ก.ค.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดยืนยันใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายดันดอลลาร์อ่อนค่า


ทั้งนี้คาดว่าเงินบาทอาจไม่พลิกกลับเทรนด์มาแข็งค่าได้ในเร็วนี้ เนื่องจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ในไทยยังมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น และเรามองว่า จุดเลวร้ายสุดของการระบาดยังมาไม่ถึง ทำให้ประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติก็ยังสามารถทยอยขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทย ซึ่งแรงเทขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติยังคงกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้


ในระยะสั้นหากตลาดคลายกังวล ปัญหาการระบาด COVID-19 ทั่วโลก และกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หนุนโดยรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่งและดีกว่าคาด ก็อาจทำให้ เงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดไม่จำเป็นต้องถือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) เพื่อหลบความผันผวนในตลาด ซึ่งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ก็อาจทำให้ เงินบาทไม่อ่อนค่าหนัก ทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้เร็วมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ



อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะผันผวนและปรับตัวลดลงก่อนตลาดรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด แต่ตลาดก็สามารถรีบาวด์ขึ้นมาได้ หลังเฟดยังคงยืนกรานใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ทั้งคงอัตราดอกเบี้ยนโย บายไว้ที่ระดับ 0.00-0.25%


พร้อมเดินหน้าอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการซื้อสินทรัพย์ในอัตรา 120 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน โดยเฟดระบุว่า แม้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่เฟดยังต้องการเวลาอีกระยะหนึ่งในการประเมินความคืบหน้าของการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินต่อไป โดยเฉพาะการปรับลดวงเงินการซื้อสินทรัพย์ หรือ คิวอี


แนวโน้มเฟดยังไม่เร่งรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้ ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงสู่ใกล้ระดับ 1.24% หนุนให้หุ้นกลุ่มเทคฯ ปรับตัวขึ้น และช่วยให้ ดัชนี Nasdaq ปิดบวกราว +0.70% นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคฯ ในสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคฯ อาทิ Alphabet (Google) ที่ออกมาแข็งแกร่งและดีกว่าคาด ขณะที่ ดัชนี S&P500 พยายามรีบาวด์ขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงก่อนการประชุม และปิดตลาด -0.02%


ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ปรับตัวขึ้น +0.95% โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนเช่นกัน กอปรกับ ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความหวังต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังยอดผู้เสียชีวิตและป่วยหนักจากการระบาดของ COVID-19 ล่าสุด ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาก ทำให้รัฐบาลยังไม่จำเป็นต้องประกาศใช้มาตรการ Lockdown ที่เข้มงวด


ทางด้านตลาดค่าเงิน แนวโน้มเฟดเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่ออีกระยะหนึ่ง ได้กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ทำให้ล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 92.32 จุด


ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ก็หนุนให้สกุลเงินหลัก อาทิ เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.184 ดอลลาร์ต่อยูโร ส่วน เงินปอนด์ (GBP) สามารถปรับตัวขึ้น สู่ระดับ 1.390 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลอังกฤษเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการ Lockdown


อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของการระบาดของ COVID-19 ยังอาจทำให้ เงินดอลลาร์สามารถกลับมาแข็งค่าได้ทุกเมื่อ หากปัญหาการระบาดทั่วโลกเลวร้ายลง จนกดดันให้ตลาดกลับเข้าสู่สภาวะปิดรับความเสี่ยง


สำหรับวันนี้ ตลาดจะติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 (GDP Growth Q2/2021) โดยตลาดประเมินว่า อานิสงส์ของการทยอยผ่อนคลาย Lockdown และการแจกจ่ายวัคซีนจนครอบคลุมประชากรเกิน 50% จะหนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวกว่า 8.5% จากไตรมาสก่อนหน้า เร่งตัวขึ้นจากที่โตกว่า 6.4% ในไตรมาสแรก


นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดจะจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดจะช่วยหนุนให้ ผู้เล่นในตลาดยังกล้าที่จะเปิดรับความเสี่ยงต่อ


ส่วนในฝั่งไทย ตลาดจะติดตามสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่มีแนวโน้มเลวร้ายต่อเนื่อง ซึ่งความเลวร้ายของสถานการณ์การแพร่ระบาดอาจยากที่จะคาดเดา หลังยอดผู้ติดเชื้อจริงอาจสูงกว่ายอดที่มีการรายงาน เนื่องจากข้อจำกัดของการตรวจหาผู้ติดเชื้อและการสรุปยอดจากผลการตรวจ Rapid Test ซึ่งปัญหาการระบาดของ COVID-19 จะยังคงส่งผลให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์ไทย กดดันให้ค่าเงินบาทมีทิศทางผันผวนและอ่อนค่าลงต่อได้


เงินบาทแข็ง! รับข่าวเฟดตรึงดอกเบี้ย-อัดสภาพคล่อง



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง