หุ้นไทยไร้เสน่ห์! ต่างชาติเทขาย 9 หมื่นล้าน จับตาทิศทางเฟด-วิกฤติโควิด

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยไร้เสน่ห์! ต่างชาติเทขาย 9 หมื่นล้าน จับตาทิศทางเฟด-วิกฤติโควิด

หุ้นไทยไร้เสน่ห์! ต่างชาติเทขาย 9 หมื่นล้าน  จับตาทิศทางเฟด-วิกฤติโควิด

โบรกคาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งผันผวน หลังเผชิญความเสี่ยงจากโควิดทั้งใน-นอกประเทศพุ่ง เผยตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบันต่างชาติเทขายหุ้นไทย 9 หมื่นล้านบาท จับตาประชุมเฟด 27-28 ก.ค.นี้-ประกาศงบงวด 2Q64 กลุ่ม Real Sector กรอบเคลื่อนไหว 1,530- 1,565 จุด ชูหุ้นปลอดภัย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ระหว่าง 27 -30 ก.ค. มีวันทำการซื้อ-ขายเพียง 3 วัน คือ 27 ก.ค. และ 29- 30 ก.ค. โดยมองแนวโน้มผันผวน และแกว่งในกรอบ 1,530- 1,565 จุด


โดยตลอดทั้งสัปดาห์ประเมินปัจจัยแวดล้อมดูเหมือนว่าส่วนใหญ่ยังไม่มีปัจจัยหนุน การปรับขึ้นของตลาดหุ้น เพราะหากประเมินปัจจัยแวดล้อม ตลาดยังให้น้ำหนัก 1. สถานการณ์ Covid ทั้งต่างประเทศ ที่แนวโน้มผู้ติดเชื้อกลับมาเป็นขาขึ้นและที่สำคัญคือในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งสร้างฐาน 1 หมื่นรายต่อวันทำ All Time High ที่ 15,335 ราย และแนวโน้มผู้ติดเชื้อยังเพิ่มสูงและไม่ลดลง


สำหรับประเด็นที่น่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาด คือ มีโอกาสมากขึ้นที่รัฐบาลอาจจะยกระดับการเข้มงวดกิจกรรมเศรษฐกิจ (ก่อนหน้ามีการพูดถึง Wu

han Model อู่ฮั่นโมเดลแบบจีน หากมีการนำมาใช้จริง ASPS ประเมิน เป็นการเปิด Downside ให้กับเศรษฐกิจ และกำไรของบริษัทจดทะเบียนปี 2564 เพิ่มขึ้นอีก คาดจะยังสร้างแรงกดดันตลาดหุ้นและหุ้นเปิดเมือง)


2. Flow ต่างชาติ คาดในช่วงนี้จะยังไม่ไหลเข้า หรือ ชะลอการเข้าไทย เห็นได้ตัวเลขตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.- 23 ก.ค.พบว่า ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมราว 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ถ้านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (ytd) 9 หมื่นล้านบาท โดย Flow ต่างชาติ กับเงินบาทที่อ่อนค่ามีความสัมพันธ์กันอย่างชัด เจน


ทั้งนี้จากสถิติในอดีตตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบันพบว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยทุกครั้ง โดยแนวโน้มเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า ล่าสุดแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลเรื่อง Covid ไทย และ Dollar ที่แข็ง คาดจะกดดันและทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับขึ้นได้จำ กัด และหุ้นขนาดเล็กน่าจะขยับขึ้น หรือ Out perform ได้มากกว่า สะท้อนได้จากตลอดทั้งเดือนนี้ % mtd ของดัชนี SET50 ติดลบ 3.5% สวนทางกับดัชนี MAI +0.4% และ ดัชนี SSET (หุ้นนอกดัชนี SET50 และ SET100) +0.2% คาดสัปดาห์นี้จะยังคล้ายกับตลอดเดือนที่ผ่านมา


ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามตลอดอาทิตย์ คือ 1. การประชุมธนาคารกางสหรัฐ(Fed) ในวันที่ 27-28 ก.ค. นี้ (ไทยทราบผลกลางดึก 29 ก.ค. น่าจะยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป เพราะประธาน Fed สัปดาห์ก่อนหน้าออกมาแสดงความเห็นยังไม่รีบปรับนโยบายการเงิน และ แนวโน้มผู้ติดเชื้อCovid ในสหรัฐฯ เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจนอกจากนี้การฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยบวกกับตลาดหุ้น


2.การประกาศงบงวด 2Q64 ของฝั่งภาค Real sector อาทิ HMPRO ,PTTEP ,SCC


ภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับปัญหา COVID-19 ระลอกใหม่ ฝ่ายวิจัยฯ พยายามทำการค้นหากลุ่มหุ้นที่ตลาดให้น้ำหนักว่าน่าจะปลอดภัยจาก COVID-19 โดยดูจากผลตอบแทนเป็นราย Sector ตั้งแต่ช่วงที่มีความกังวลโควิดสายพันธ์เดลต้า รวมถึงการกระจายวัคซีนเริ่มเบาลง (ช่วง 15 มิ.ย. – 21 ก.ค. 64) พบว่า มีกลุ่มหุ้นที่ Outperform เด่น หรือให้ผลตอบแทนเป็นบวก คือ กลุ่ม PKG, ETRON, HELTH, FOOD, AGRI


แนะนำลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID-19 คือ กลุ่ม PKG (ชอบ SCGP), ETRON, HELTH (ชอบ BDMS), FOOD (ชอบ TVO, SAPPE, TU), AGRI (ชอบ NER) นอกจากนี้แนะนำหุ้นที่คาดผลกระประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดี และคาดหวังจะมีกจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูง คือ กลุ่มเหล็ก ชอบ MCS และ TMT


หุ้นไทยไร้เสน่ห์! ต่างชาติเทขาย 9 หมื่นล้าน  จับตาทิศทางเฟด-วิกฤติโควิด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง