แรงซื้อกลุ่มแบงก์ หนุนหุ้นไทยวันนี้ปิดพุ่งขึ้น 11.48 จุด

TNN ONLINE

Wealth

แรงซื้อกลุ่มแบงก์ หนุนหุ้นไทยวันนี้ปิดพุ่งขึ้น 11.48 จุด

แรงซื้อกลุ่มแบงก์ หนุนหุ้นไทยวันนี้ปิดพุ่งขึ้น  11.48  จุด

หุ้นไทยปิดวันนี้ปรับพุ่งขึ้น 11.48 จุด ขยับมาที่ระดับ 1,552.36 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 69,687.13 ล้านบาท ได้แรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารช่วยหนุนหลังจากผลประกอบการไตรมาส 2/64 ดีกว่าคาด

วันนี้ ( 22 ก.ค.64) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปิดที่ระดับ 1,552.36 จุด เพิ่มขึ้น 11.48 จุด (+0.74%) มูลค่าการซื้อขาย 69,687.13 ล้านบาท โดยการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,554.65 จุด และระดับต่ำสุด 1,546.26 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 842 หลักทรัพย์ ลดลง 728 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 550 หลักทรัพย์


นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์หลังจากลงไปทดสอบแนว 1,530 จุด โดยได้รับแรงซื้อกลุ่มแบงก์เป็นหลัก หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2/64 ดีกว่าที่ประเมินไว้ 5-10% แต่ยังต้องรอติดตามมาตรการภาครัฐฯ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ไม่ต่างจากปี 63 ดังนั้น จึงมองว่ากลุ่มธนาคารยังมี Downside อีกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลายจังหวัดเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ อาจทำให้ภาครัฐขยายวงพื้นที่สีแดงเข้มเพิ่มเป็น 15-20 จังหวัดได้


อย่างไรก็ดี แนะนำหุ้นที่ค่อนข้างปลอดดภัยในการลงทุน คือ กลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง BCPG, YGG และกลุ่มรับประโยชน์จาก Reopening ของต่างประเทศ เช่น MINT พร้อมให้ติดตามตัวเลขการส่งออกของไทยในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 35-38% เห็นจากวันนี้มีการเล่นหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างคึกคัก ซึ่งจะต้องจับตาแนวโน้มว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่


ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกราว 1-2% เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่ฟื้นตัวขึ้นมาเกือบทั้งหมดราว 0.8% ตามตลาดสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นลักษณะค่อย ๆ ฟื้น ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.)คาดว่าตลาดฯคงจะไม่ปรับตัวลงแรง พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,545-1,555 จุด


ด้านบล.ไอร่า ระบุว่า บรรยากาศหุ้นไทยในระยะนี้คาดว่าได้รับความรู้สึกเชิงบวกจากหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ฟื้นกลับขึ้นมา แม้เผชิญกับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ในระดับสูง แต่เชื่อว่า มาตรการคุมเข้มที่ออกมาคาดจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในช่วง 2-4 สัปดาห์ต่อจากนี้ และคาดว่าสถานการณ์จะไม่แย่มากไปกว่านี้ แนะนำเข้าสะสมหุ้นในช่วงดัชนีอ่อนตัวที่ 1,550-1,530 จุด กลุ่มที่ผลประกอบการดี กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินอ่อนค่า รวมทั้งหุ้นที่ทนทานต่อการผันผวนของตลาด


นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ผลกระทบของที่ตามมาในฝั่งของตลาดเงินและตลาดทุนหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในไทยกลับมารุนแรงอีกครั้งหนึ่งนั้น จะเห็นว่านักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยออกไปมากแล้ว จากความกังวลและไม่มั่นใจต่อการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดการสะดุด ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติยังเป็นทิศทางการขายหุ้นไทยต่อเนื่อง และยังชะลอการเข้าลงทุน แต่เห็นเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้บางส่วน ซึ่งเป็นการป้องกันความเสี่ยง และการมองหาผลตอบแทนที่ไม่ผันผวนมาก และอาจจะได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้


ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทของไทยยังคงได้ปรับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศที่ลากยาวเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 64 มาอยู่ที่ระดับ 32.50-32.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนต่างชาตินำเงินออกจากตลาดหุ้นไทย และการที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ค่อนข้างมากในปีนี้ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมารับข่าวการลดการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) และการปรับเพิ่มดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากทางธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นค่อนข้างมาก และทำให้ค่าเงินบาทกลับมาเป็นอ่อนค่าอีกครั้ง


สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.SCB มูลค่าการซื้อขาย 4,735.95 ล้านบาท ปิดที่ 95.25 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,571.67 ล้านบาท ปิดที่ 107.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

3.KCE มูลค่าการซื้อขาย 3,878.61 ล้านบาท ปิดที่ 81.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท

4.HANA มูลค่าการซื้อขาย 2,084.26 ล้านบาท ปิดที่ 78.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท

5.GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,975.43 ล้านบาท ปิดที่ 79.50 บาท ลดลง 0.25 บาท


แรงซื้อกลุ่มแบงก์ หนุนหุ้นไทยวันนี้ปิดพุ่งขึ้น  11.48  จุด



ติดตามข้อมูลการลงทุนที่เว็บไซต์ https://marketdata.set.or.th

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง