หุ้นไทยติดหล่มโควิด-ส่องหุ้นหลบภัยตัวไหนแจ่ม

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยติดหล่มโควิด-ส่องหุ้นหลบภัยตัวไหนแจ่ม

หุ้นไทยติดหล่มโควิด-ส่องหุ้นหลบภัยตัวไหนแจ่ม

หุ้นไทยเผชิญความเสี่ยงจากพิษโควิดในประเทศที่พุ่งทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง โบรกมองแนวโน้มสัปดาห์หน้าผันผวน จับตารัฐคลอดมาตรการคุมเข้มสกัดไวรัสมรณะเพิ่ม ประเมินกรอบเคลื่อนไหว 1,535-1,585 จุด ส่องหุ้นหลบภัย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (19-23 ก.ค.) คาดว่าแกว่ง Sideway ในกรอบ 1,535- 1,585 จุด โดยตลอด ทั้งสัปดาห์ประเมินปัจจัยแวดล้อม ดูเหมือนว่าจะยังมีปัจจัยลบ เป็นแรงกดดันการปรับขึ้นของ SET Index หลัก ๆ มาจากในประเทศ คือ สถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อ Covid รายใหม่ ในไทย ล่าสุด ยืนเหนือ 1 หมื่นรายต่อวัน และมียังมีโอกาส New High เพิ่มขึ้น


นอกจากนี้ต้องติดตามการออกมาตรการคุมเข้มกิจกรรมเศรษฐกิจจากรัฐบาลเพิ่มเติม หลังจากช่วงวันหยุด มีการยกระดับ Lockdown เข้มงวด เพิ่มอีก 3 จังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มประกอบด้วย ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งหมดปัจจุบัน เป็น 13 จังหวัด และให้น้ำหนักว่าจะเพิ่มความเข้มงวดจังหวัดไหนอีกหรือไม่ ซึ่งกดดันหุ้นเปิดเมือง Reopen ต่อในช่วงต้นอาทิตย์ เช่น กลุ่มขนส่ง


ส่วนปัจจัยบวกคาดหวังจะเห็นกระแสเชิงบวกต่อการเก็งกำไรในหุ้นส่งออก นอกเหนือจากค่าเงินบาทที่ยังอยู่ทิศทางอ่อนค่า ล่าสุด 32.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยวันพุธที่ 21 ก.ค. กระทรวงพาณิชย์จะรายงานยอดส่งออก และนำเข้าไทย เดือน มิ.ย. คาดแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง


ทั้งนี้หากดูยอดการค้าของจีนทั้งยอดส่งออกและนำเข้าและที่ประกาศออกมาช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ขยายตัวสูงมาก ซึ่งไทยมีตลาดส่งออกไปจีนอันดับ 1 ประมาณ 12%ของตลาดส่งออกรวม ทำให้เชื่อว่าหุ้นกลุ่มส่งออกจะยังได้ Sentiment บวก โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกอาหารแนะนำ NER, STA, TU, TFG, กลุ่มยานยนต์ SAT, ส่งออกโครงสร้างเหล็ก MCS, ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ KCE, DELTA, HANA ราคาหุ้นสูงกว่า Fair Value แนะนำเพียงเก็งกำไร


ประเด็นที่ติดตามต่อมา คือ ทยอยประกาศงบงวด 2Q64 ของกลุ่มธนาคาพาณิชย์ และสัปดาห์ถัดไป ๆ จะเป็นฝั่งภาค Real sector


ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังไม่มีประเด็นที่มีน้ำหนักสำคัญ โดยติดตาม 22 ก.ค. การประชุมธนาคารกลางยุโรป ECB และ 23 ก.ค. รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ และยุโรป


อย่างไรก็ตาม ภาพรวมภายใต้ปัจจัยแวดล้อมดังกล่าว ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยลบกดดัน กลยุทการลงทุนยัง แนะนำ Selective หุ้นที่มีปัจจัยหนุน เช่น หุ้นที่คาดผลประกอบการ 2Q64 จะออกมาแข็งแกร่ง , ได้ประโยชน์จากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่า และธุรกิจได้รับผลกระทบจาก Covid จำกัด หรือไม่ได้รับผลกระทบ คือ MCS([email protected]) รับผลบวกต่อเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลดีต่อ MCS โดยจากการประเมิน Sensitivity Analysis ภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน พบว่า การอ่อนค่าของเงินบาททุกๆ 1 บาท/100 เยน จะทำให้กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 3.5% จากประมาณการปัจจุบัน


โดยเบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิ 2Q64 จะอยู่ในช่วง 250-300 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 15%YoY จากงานส่งมอบเป็นงานที่ให้ margin สูง อย่างโครงการ Toranomon และ Azabudai ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ยเริ่มต้น 2.9 แสนเยน/ตัน ขณะที่ปัจจุบัน FV’64 21.90 บาท มี Upside สูงเกิน 50%


หุ้นเด่นตัวถัดมาคือ NER([email protected]) NER หุ้นกลุ่มส่งออกยางพาราที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าโดยล่าสุดเงินบาทอยู่ที่ 32.7 บาทต่อเหรียญฯ (อ่อนค่ากว่า 7.8 (ytd) เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว หนุนคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่และเก่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หนุนแนวโน้มธุรกิจยางพาราของ NER จะเติบโตชัดเจนต่อจากนี้ โดยคาดกำไรสุทธิปี 2564-65 จะเพิ่มขึ้นถึง 87.5% yoy และ 17.4% yoy จากแนวโน้มปริมาณขายยางพาราและทิศทางราคายางพาราเพิ่มขึ้น


หุ้นเด่นปิดท้ายคือ DOHOME ([email protected]) คาดกำไรปี 2564 เติบโต 158.7% เด่นเป็นอันดับต้นในกลุ่มค้าปลีก


หุ้นไทยติดหล่มโควิด-ส่องหุ้นหลบภัยตัวไหนแจ่ม

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง