ศก.โลกฟื้น-ยอดปชช.ฉีดวัคซีนเพิ่ม หนุนหุ้นไทยปิดพุ่ง 13.39 จุด

TNN ONLINE

WEALTH

ศก.โลกฟื้น-ยอดปชช.ฉีดวัคซีนเพิ่ม หนุนหุ้นไทยปิดพุ่ง 13.39 จุด

ศก.โลกฟื้น-ยอดปชช.ฉีดวัคซีนเพิ่ม หนุนหุ้นไทยปิดพุ่ง 13.39 จุด

หุ้นไทยปิดพุ่ง 13.39 จุด ที่ระดับ 1,626.27 จุด มูลค่าซื้อขาย 94,107.06 ล้านบาท รับเศรษฐกิจโลกฟื้น การเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 และการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน

วันนี้(9 มิ.ย.64) ตลาดหลักทรัพย์ ปิดที่ระดับ 1,626.27 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด (+0.83%) มูลค่าการซื้อขาย 94,107.06 ล้านบาท โดยบรรยากาศหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก ตอบรับการคาดการณ์ของธนาคารโลกที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ขยายตัว 5.6% สูงจากเดิมที่คาดว่าขยายตัว 4.1% และความคืบหน้าของการกระจายวัคซีนในประเทศ ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศฟื้นตัว รวมทั้งหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ


ซึ่งดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ทำระดับสูงสุด 1,628.42 จุด และระดับต่ำสุด 1,617.83 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 818 หลักทรัพย์ ลดลง 719 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 547 หลักทรัพย์


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ Outperform ได้ดีกว่าตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่จะติดลบกัน เว้นแต่ตลาดในกลุ่ม TIP ที่บวกได้ดี เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ติดลบ จากความกังวลตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) ซึ่งวิตกจะมีผลต่อนโยบายการเงินของสหรัฐฯ


ส่วนตลาดบ้านเราได้แรงหนุนจากการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 และการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินที่มีขึ้นในวันนี้ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลน่าจะผลักดันได้ ทำให้ตลาดฯ Outperform วันนี้หลังจากที่พักฐาน 2 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้


แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,630-1,635 จุด


ด้านน.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ระบุว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด ประกอบกับการติดตามความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของรัฐบาล แม้ศบค.รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ลดลงจากระดับ 3,000 คนต่อวันเหลือ 2,000 คนต่อวัน แต่ในกทม.ยังมีคลัสเตอร์เฝ้าระวังใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ต่างจังหวัดบางแห่งยังพบคลัสเตอร์ใหม่เช่นกันจึงคาดว่าดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ1,590-1,630จุด


หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 8,947.87 ล้านบาท ปิดที่ 128.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

2.EA มูลค่าการซื้อขาย 3,363.38 ล้านบาท ปิดที่ 63.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท

3.IVL มูลค่าการซื้อขาย 2,572.24 ล้านบาท ปิดที่ 43.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

4.HANA มูลค่าการซื้อขาย 2,480.07 ล้านบาท ปิดที่ 69.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.25 บาท

5.ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,086.41 ล้านบาท ปิดที่ 173.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

ข่าวแนะนำ