โบรกชี้โควิดลามโรงงานกระทบ SET ช่วงสั้น จับจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี

TNN ONLINE

WEALTH

โบรกชี้โควิดลามโรงงานกระทบ SET ช่วงสั้น จับจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี

โบรกชี้โควิดลามโรงงานกระทบ SET ช่วงสั้น  จับจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี

บล.กสิกรไทยระบุโควิดแพร่ระบาดในโรงงานกระทบตลาดหุ้นระยะสั้น แนะเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ส่วนต่างประเทศเตรียมกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว คาดหนุนกลุ่ม vaccine play


‍รายงานข่าวจากบล.กสิกรไทยแจ้งว่า การระบาดของโควิด-19 ในโรงงานต่าง ๆ สร้าง sentiment เชิงลบระยะสั้นต่อหุ้นในกลุ่มโรงงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรฯ F&B และชิ้นส่วน แต่มองเป็นโอกาสทยอยสะสม เพราะการกักตัวพนักงานที่มีความเสี่ยง 14 วัน จะกระทบแค่การผลิตในระยะสั้น แต่ด้วยที่มี stock สำหรับการขาย และคำสั่งซื้อโดยรวมยังคงเติบโตดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้คาดว่าจะมีการเร่งผลิตในระยะถัดไปเพื่อส่งมอบสินค้าตามความต้องการของลูกค้า

การกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว หลังการกระจายวัคซีนในหลายๆประเทศเร่งตัวขึ้นมากจนมีแนวโน้มใกล้เกิด Herd immunity เช่น สหรัฐฯ เปิดรับนักท่องเที่ยวมาฉีดวัคซีนที่สนามบินแล้วเที่ยวได้เลย หรือยุโรปจะรับรองฉีดวัคซีนโควิด-19 บนแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้ท่องเที่ยวได้ทั่วยุโรปเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้ เป็นต้น


ขณะที่คาดว่าประเทศในเอเชียจะทยอยเปิดประเทศตามมาหากสามารถฉีดวัคซีนจนเกิด Herd immunity ได้ เช่น จีนที่ตอนนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 600 ล้านโดสทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะเกิด Herd immunity ได้ภายใน 4Q21


ส่วนไทยคาดว่าจะเห็นการฉีดวัคซีนเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ มิ.ย. ซึ่งคาดจะเกิด Herd immunity อย่างเร็วสุดใน 1Q22 มองกลุ่ม Vaccine play (ท่องเที่ยว, ขนส่ง, พลังงาน, ห้าง, ฯลฯ) จะได้ประโยชน์จากธีมดังกล่าว ขณะที่ผลกระทบต่อบริษัทไทยที่ทำธุรกิจในมาเลเซีย หลังประกาศ “ล็อกดาวน์” ทั้งประเทศ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 1-14 มิ.ย. 64 เช่น HMPRO, CPALL เป็นต้น


ขณะที่กลุ่มก่อสร้าง ติดตาม รมว. แรงงานจะเปิดให้มีการนำเข้าแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ สปป.ลาว, เมียนมา และกัมพูชา เฉพาะแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยโดยถูกกฎหมาย และอยู่ภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศต้นทาง ภายในเดือน ก.ค. 2564 เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน มองจะเป็นบวกกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก


ทั้งนี้ติดตาม รฟม.เข็นรถไฟฟ้าสีม่วงใต้ "เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ" ประมูลภายใน 3Q21 เงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอาจล่าช้าไปจากเดิม 2-3 ปีหากศาลอาญา มีคำสั่งให้ไต่สวนโครงการ และ ป.ป.ช. มีคำชี้ขาดออกมาว่าส่อไปในทางทุจริต ฮั้วประมูลกระทบโครงการล่าช้ากว่าแผน 2-3 ปี รัฐสูญเงินอีกกว่าพันล้าน


ส่วนสำนักงบประมาณในฐานะหน่วยงานที่คำนวณค่า K ได้เรียกกรมทางหลวง-กรมทางหลวงชนบท (ทช.)-การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เข้าไปหารือถึงการปรับสูตรคำนวณค่า K ใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยจะมีการหารือกันภายในเดือน พ.ค. นี้ และคาดจะมีความคืบหน้าในเดือน มิ.ย.


อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือผลกระทบโควิทระลอก 3 ติดตาม ธปท.จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อ 1 มิ.ย.-31 ก.ค.นี้ ขยายเกณฑ์ช่วยลูกหนี้เอ็นพีแอลไม่เกิน 180 วัน โดยให้ลูกหนี้ชำระไม่ไหวเลือก “คืนรถ” ได้ และหากมีการประมูลขายทอดตลาดและเหลือมูลหนี้คงค้าง สถาบันการเงินอาจจะพิจารณาให้ผ่อนชำระตามความสามารถ โดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลา 2-3 ปี หรืออาจจะพิจารณายกหนี้ให้กรณีมูลหนี้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันแต่ละแห่ง โดย ธปท.จะส่งรายชื่อลูกหนี้ให้กับสถาบันการเงินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง


นอกจากนี้พาณิชย์ขอความร่วมมือแพลตฟอร์มออนไลน์ลดค่าคอมมิชชั่นที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้จากเฉลี่ย 25-35% เหลือ 25% โดยทั้งแพลตฟอร์ม Robinhood foodpanda Grab Gojek Lineman จะลดค่า GP เหลือ 25% ยกเว้น Robinhood ไม่คิดค่า GP และ foodpanda ไม่คิดค่า GP สำหรับร้านใหม่ มองเป็นบวกกับ ZEN ,CENTEL, MINT , M, OISHI เป็นต้น


สำหรับกรอบ SET 1,575-1,585 แนะนำ ก็งกำไรระยะสั้น หุ้น KKP (ราคาพื้นฐาน 72.0 บาท) ยอดสินเชื่อเดือนเมษายนยังเติบโตได้ดี 2.8% MoM แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มและคาดว่าภาพรวม PPOP ปีนี้ยังเติบโตดี ถึงแม้ว่ารายได้ไตรมาสสองอาจมีแรงกดดันจากโควิทระลอกสามแต่คาดว่ารายได้จาก non-NII โดยเฉพาะรายได้จากวาณิชธนกิจจะยังเติบโตและมูลค่าหุ้นที่ laggard ในกลุ่ม


หุ้นเด่นอีกตัวคือ MINT (ราคาพื้นฐาน 27.25 บาท) คาดว่ารายได้จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหลังทางฝั่งยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่บริษัทมีโรงแรมดำเนินการอยู่และมีสัดส่วนรายได้สูงจะเริ่มกลับมา reopening จาก สถาณการณ์โควิทที่ดีขึ้น เราแนะนำเก็งกำไรระยะสั้น 34.50 บาท


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง