แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์- ขนส่ง-ค้าปลีก กดหุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 0.98 จุด

TNN ONLINE

WEALTH

แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์- ขนส่ง-ค้าปลีก กดหุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 0.98 จุด

แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์- ขนส่ง-ค้าปลีก กดหุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 0.98 จุด

หุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 0.98 จุด จากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ ขนส่ง ค้าปลีก แม้มีปัจจัยหนุน จับตาสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่อง ลุ้นสัปดาห์หน้าฟื้นตัว ในแนวรับ 1,570 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,590-1,600 จุด

วันนี้ ( 28 พ.ค.64) ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,581.98 จุด ปรับลง -0.98 จุด หรือคิดเป็น -0.06% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 99,508 ล้านบาท อยู่ในกรอบ 1,579.53-1,595.45 จุด โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,595.45 จุด และระดับต่ำสุด 1,579.53 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 565 หลักทรัพย์ ลดลง 1,094 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 486 หลักทรัพย์


บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดในแดนลบเล็กน้อย จากแรงขายทำกำไรออกมาช่วงท้ายหลังปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว และตลาดฯยังไม่ได้ประเด็นพิเศษ แรงขายก็ออกมาที่หุ้นในกลุ่มแบงก์, กลุ่มขนส่ง, กลุ่มค้าปลีก จากราคาที่ปรับตัวขึ้นไปพอควร ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่อไป


ด้านบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพโดยรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ หลังทดสอบแนว 1,590 จุดได้ ตอบรับปัจจัยในประเทศเรื่องการเร่งฉีดวัคซีนโควิดในเดือนมิ.ย.นี้ ทำให้มีความคาดหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจจากการเปิดเมือง ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องปรับตัวขึ้นได้ดีในวันนี้ โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น

นอกจากนี้ ต่างประเทศก็ไม่มีปัจจัยลบ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นยังไม่น่ากังวล ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ฟื้นตัวขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันก็ดีดตัวขึ้นอีกครั้ง


ส่วนแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดว่าตลาดฯยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้ แต่ยังต้องจับตาการเร่งนำเข้าวัคซีนโควิดทั้งตัวหลักและวัคซีนทางเลือกเพื่อสร้างความชัดเจนขึ้น ซึ่งหุ้นกลุ่ม Domestic plays น่าจะหนุนดัชนีฯให้ไปต่อได้ นอกจากนี้ให้ติดตามการประชุมนักวิเคราะห์ฯสำหรับหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก น่าจะได้เห็นคำแนะนำที่เป็นบวกมากขึ้นหลังจากที่มีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งก็อาจทำให้หุ้นรายตัว-รายกลุ่มน่าสนใจขึ้น

พร้อมให้แนวรับ 1,570 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,590-1,600 จุด หากผ่านได้จะมีแรงเก็งกำไรในเดือนมิ.ย. และจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,630 จุด แต่หากยังไม่ผ่านก็อาจจะพักตัวอีกรอบแต่ไม่น่ากังวล

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,455.48 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 2.00 บาท

2.KTC มูลค่าการซื้อขาย 5,286.94 ล้านบาท ปิดที่ 73.25 บาท ลดลง 0.25 บาท

3. CBG มูลค่าการซื้อขาย 2,868.04 ล้านบาท ปิดที่ 131.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

4. ITD มูลค่าการซื้อขาย 2,464.24 ล้านบาท ปิดที่ 2.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

5.RCL มูลค่าการซื้อขาย 2,324.08 ล้านบาท ปิดที่ 49.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง