รัฐประหารเมียนมา โจทย์ใหม่ผู้ส่งออกไทยรับมือการค้าอาจหายไป 51.6- 82.2%

TNN ONLINE

WEALTH

รัฐประหารเมียนมา โจทย์ใหม่ผู้ส่งออกไทยรับมือการค้าอาจหายไป 51.6- 82.2%

รัฐประหารเมียนมา โจทย์ใหม่ผู้ส่งออกไทยรับมือการค้าอาจหายไป 51.6- 82.2%

ม.หอการค้า ประเมินรัฐประหารเมียนมา อาจกระทบส่งออกไทย หดตัว -0.1 ถึง-1.3% - ส่งออกไทยไปเมียนมาลดลง 51.6- 82.2% สูญรายได้ 9.6 หมื่นล้านบาทต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา

วันนี้ ( 27 พ.ค.64) นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการศึกษา ปฏิวัติเมียนมา:กระทบการค้าการลงทุนไทยและอาเซียน ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่ผ่านมา 100 วันส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ของเมียนมาไตรมาสแรก 2564 หดตัวลง 2.5% สูญเสียการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ) 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เกิดปัญหาการว่างงาน 6 แสนคน จำนวนประชาชนที่อดอยากเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านคน ค่าเงินจ๊าดอ่อนค่า18% และรายได้ของครัวเรือนเมียนมาลดลง 83% ราคาน้ำมันเพิ่ม 15% ราคาข้าวขายปลีกเพิ่ม 35% และราคาน้ำมันปาล์มขวดเพิ่ม 20%

โดยคาดว่าจีดีพีของเมียนมาในปีนี้ จะหดตัว 10-20% ส่วนเอฟดีไอ(ลงทุนโดยตรง) ปีนี้ คาดว่าหายไป 76.1- 85.4% หรือมีมูลค่า 202,902 – 227,698 ล้านบาท โดยมีโอกาสย้ายการลงทุนจากเมียนมาไป เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และไทย


ขณะเดียวกันคาดว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยไปเมียนมาปีนี้ ลดลง 51.6- 82.2% หรือมีมูลค่า 60,670 – 96,590 ล้านบาท ถือว่าลดลงต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา และจะทำให้มูลค่าการส่งออกรวมของไทยหดตัว 0.8-1.3% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น น้ำมันสำเร็จรูปเครื่องจักรกล เหล็ก ผ้าผืน ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เภสัชภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และเซรามิค ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่าการส่งออกลดลง เช่น เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สบู่ผลิตภัณฑ์จากข้าว เป็นต้น


ส่วนประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกไปเมียนมาลดลงมากสุด คือ จีน รองลงมาเป็นอาเซียน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ตามลำดับ ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีมูลค่าการส่งออกไปเมียนมาลดลงมากคือ ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม


" จากสถานการณ์ดังกล่าวที่จะนำไปสู่ผลกระทบในด้านการส่งออกไทย จึงเป็นโจทย์ของผู้ประกอบการส่งออกไทยในการหาวิธีและปรับกลยุทธ์การทำตลาด เนื่องจากผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกไปเมียนมาย่อมมีแน่นอน "นายอัทธ์ กล่าว




ข่าวแนะนำ